Daily Archives

January 19, 2017

Fashion Lifestyle Travel Uncategorized

Le Siam À Fontainebleau L’Ambassade Du 27 Juin 1861

ความสัมพันธ์ ระหว่างสยาม-ฝรั่งเศสในสมัยรัตนโกสินทร์เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในรัชกาลพระบาท สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ หลังจากที่ห่างเหินไปกว่า ๑๖๐ ปี การเจริญพระราชไมตรีนี้เป็นพระบรมราโชบายสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงเอาพระราชหฤทัยใส่อย่างจริงจัง เพื่อให้ราชอาณาจักรสยามสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีอิสรภาพท่ามกลางแนวคิดใน การแสวงหาและการยึดครองดินแดนต่าง ๆ ในเอเชียอาคเนย์ของประเทศมหาอำนาจตะวันตก

ใน หนังสือเล่มนี้ นอกจากภาพวาดอันงดงามของฌอง-เลออง เฌโรม (Jean-Leon Gerome) ที่ปรากฏเป็นปกหน้าหนังสือแล้ว ยังประกอบด้วยบทความเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจอีกมาก ทั้งบทความที่อธิบายจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างสยาม-ฝรั่งเศสแต่ ครั้งสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บทความเรื่องความสัมพันธ์สยาม-ฝรั่งเศสในสมัยรัตนโกสินทร์ และสิ่งสำคัญคือบัญชีรายการสิ่งของเครื่องมงคลราชบรรณาการพร้อมทั้งภาพถ่าย คณะราชทูตสยามในครั้งนั้นในเชิงมานุษยวิทยาอีกด้วย นับได้ว่าหนังสือ “ราชอาณาจักรสยาม ณ พระราชวังฟงแตนโบลคณะราชทูตสยาม ๒๗ มิถุนายน ค.ศ. ๑๘๖๑” เป็นการระบายหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างสยาม-ฝรั่งเศส ให้มีสีสันงดงามควรค่าแก่การจดจำเป็นอย่างยิ่ง สิ่งของเครื่องมงคลราชบรรณาการทั้งปวงย่อมแสดงให้เห็นว่าสายพระเนตรของพระ บาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงมองการณ์ไกลยิ่งนัก ทรงตระหนักดีว่าวิธีการทางการทูตและมิตรไมตรีอันดีระหว่าง ๒ ประเทศเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาขัดข้องต่างๆ ระหว่างประเทศได้ ทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าบรรพชนในราชินิกุลบุนนาคนั้น ได้รับสนองงานอันเป็นคุณูปการและประโยชน์แก่แผ่นดินมาโดยตลอดอีกด้วย

นับแต่ปี พ.ศ. ๒๓๙๙ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริแต่งคณะราชทูตสยามให้เชิญ พระราชสาส์นและเครื่องมงคลราชบรรณาการไปถวายพระจักรพรรดินโปเลียนที่ ๓ แห่งฝรั่งเศส แต่กว่าที่จะสำเร็จลงได้นั้นก็ต้องรอเวลาเกือบ ๕ ปี จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๐๔ คณะราชทูตสยามเดินทางถึงประเทศฝรั่งเศส ได้เข้าเฝ้าพระจักรพรรดินโปเลียนที่ ๓ แห่งฝรั่งเศสและทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสาส์นพร้อมทั้งเครื่องมงคลราชบรรณาการ ในครั้งนั้นคณะราชทูตประกอบด้วยพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาธิบดี (แพ บุนนาค) จางวางพระคลังสินค้า เป็นราชทูตเจ้าหมื่นไวยวรนาถ (วอน บุนนาค) เป็นอุปทูต และพระณรงค์วิชิต (จอน บุนนาค) เป็นตรีทูต รวมทั้งคณะชาวสยามอีกหลายสิบคนนับเป็นการเจริญพระราชไมตรีที่ยิ่งใหญ่ครั้ง หนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย

หนึ่งในเครื่องมงคลราชบรรณาการชิ้นสำคัญอย่าง พระมหามงกุฎ ที่ปัจจุบันถูกโจรกรรมและหายไปอย่างไร้ร่องรอย

เครื่องมงคลราชบรรณาการที่สยามส่งไปยังประเทศฝรั่งเศสมีความงดงามยิ่งใหญ่และเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมเป็นอย่างยิ่ง พระจักรพรรดินีเออ เฌนีแห่งฝรั่งเศสโปรดฯให้จัดเก็บเครื่องมงคลราชบรรณาการไว้ที่พระราชวัง ฟงแตนโบลซึ่งเป็นที่เสด็จออกรับคณะราชทูตเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๐๔ อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นก็ยังไม่มีผู้ใดได้เห็นสิ่งของเครื่องมงคลราช บรรณาการที่ทางสยามจัดส่งไปอย่างครบถ้วนสมบูรณ์จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ พิพิธภัณฑ์พระราชวังฟงแตนโบล ได้จัดแสดงเครื่องมงคลราชบรรณาการจากสยาม ภาพวาดคณะราชทูตสยามเข้าเฝ้าพระจักรพรรดินโปเลียนที่ ๓ ทั้งยังได้จัดพิมพ์หนังสือคู่มือประกอบนิทรรศการ อันประกอบไปด้วยบทความต่างๆ ที่น่าสนใจและที่สำคัญคือภาพเครื่องมงคลราชบรรณาการอันงดงามประณีตที่คนไทย ไม่เคยเห็นมากว่า ๑๕๐ ปี เช่นพระมหามงกุฎ เครื่องราชูปโภคทองคำต่างๆ พระราชสาส์นทองคำ แผ่นผ้ารูปพระแก้วมรกต ๓ ฤดู และเครื่องมหัคฆภัณฑ์อื่นๆ

พระสิริโฉมงดงาม “พระองค์หญิงสิริวัณณวรี” ฉายพระรูปขึ้นปกนิตยสาร Harper’s Bazaar
ประจำเดือนธันวาคม 2014 ณ พระราชวังฟงแตนโบล

บริเวณด้านหน้าของ Château de Fontainebleau ที่เก็บสมบัติล้ำค่าของโลก
รวมถึงเครื่องมงคลราชบรรณาการจากประเทศไทย

Gallery Francis I หนึ่งในห้องที่ได้รับความนิยมในพระราชวังฟงแตนโบล

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก siam-renaissance.com

Candle Lifestyle

Cire Trudon Candles Sweetness and Light

ตำนานแห่งเทียนชั้นสูงอย่าง เซียร์ ทรูดอง (Cire Trudon) ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1643 จวบจนปัจจุบันกลายเป็นเทียนที่มีประวัติและได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆของโลก เล่ากันว่า เป็นหนึ่งในเครื่องหอมของ พระนางมารี อ็องตัวแน็ต ที่ทรงจุดเป็นประจำด้วยกลิ่นซิกเนเจอร์อย่าง Trianon ที่สร้างความหอมอบอวลไปทั่วห้องและกระจายความหอมนี้มาสู่เสื้อผ้าอาภรณ์ของพระนาง จนถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งของเครื่องหอมชั้นสูงในสมัยนั้น

จูเลียน พรูวอด (Julien Pruvost) ผู้อำนวยการบริหารของ Cire Trudon

จูเลียน พรูวอด (Julien Pruvost) ผู้อำนวยการบริหารของ Cire Trudon เล่าว่าปัจจุบัน Cire Trudon ได้สร้างธุรกิจเครื่องหอมประเภทเทียนไปสู่แบรนด์ชั้นนำของโลกอย่าง Yves Saint Laurent,  Valentino, Dior, Hermes, Christophe Lemaire รวมถึงแบรนด์อื่นๆอีกมากมายที่ทำให้เอกลักษณ์ของความหอมกระจายสู่แบรนด์แฟชั่นชั่นสูงของโลกในเวลาต่อมา ซึ่งนั้นยิ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์มากขึ้นอีกด้วย

หนึ่งในเสน่ห์หลักของการผลิตเทียนของ Cire Trudon นั่นคือการทำมือและอาศัยความปราณีตขั้นสูง “มันไม่ต่างอะไรเลยกับช่างเย็บผ้าแบบโอต์กูตูร์ที่มีความประณีตและใส่ใจในรายละเอียด Cire Trudon ก็เช่นกัน เรารังสรรค์ความหอมควบคู่ไปกับศาสตร์ศิลป์ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักของเรา”

แก้วบรรจุเทียนได้รับการผลิตจากโรงงานชั้นสูงของเมือง Tuscany ที่มีวิธีการทำแบบใบต่อใบ

Cire Trudon ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบในการทำเทียน โดยใช้ไขผึ้งเป็นส่วนผสมเกือบ 100% รวมถึงมีส่วนผสมของถั่วเหลืองและมะพร้าวแห้ง ปราศจากพาราฟิน ที่ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบการหายใจ รวมถึงเป็นอีกหนึ่งเทียนที่มีคุณภาพที่ไม่ก่อให้เกิดควัน และสามารถจุดได้จนหมด ไม่ทิ้งคราบใดๆ ซึ่งนั้นเป็นจุดเด่นอีกหนึ่งอย่างที่ จูเลียน ต้องการบอกเรา

ในปัจจุบันธุรกิจเทียนและเครื่องหอมได้รับความนิยมเสมือนเป็นหนึ่งสิ่งที่ควบคู่ไปกับไลฟ์สไตล์ของคนและเดินเป็นเส้นขนานไปกับสารพัดแบรนด์ที่ต้องการสร้างกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับตนเอง โดยจูเลียนเพิ่มเติมความคิดนี้โดยให้เหตุผลว่า “สมัยก่อน มีคุณสมบัติในการใช้เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนา หรือกลิ่นอบเฉยและกำยานแบบสมัยก่อน มีฤทธิ์ในการไล่ยุงและแมลงยามกลางคืน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดูเรียบง่ายสำหรับคนในสมัยนั้น เปลวไฟของเทียนเป็นเหมือนสิ่งหนึ่งที่ต้องการแสดงถึงความเงียบสงัดและมีความคิดนี้มาเป็นศตวรรษ แต่ในทางกลับกันปัจจุบันเทียนหอมถูกสร้างขึ้นเพื่อเติมเต็มรสนิยมและสร้างความหอมให้กับบ้านของเรา”

หากเทียบกับเทียนหอมประเภทอื่นที่มีขายตามท้องตลาดทั่วโลก ถือว่า Cire Trudon อยู่ในกลุ่มเทียนที่มีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งข้อนี้ จูเลียน ได้อธิบายอย่างชัดเจนว่า “เทียนธรรมดาของเราขนาด 270 กรัม เป็นเทียนที่มีกลิ่นที่แตกต่างกันไปตามความชอบของผู้เลือกใช้ เทียนของเรามีระยะเวลาในการจุดเพื่อสร้างความหอมได้ถึง 70-80 ชม. มีกลิ่นที่หาไม่ได้จากเทียนชนิดอื่น ขวดแก้วทำแบบใบต่อใบจากโรงงานของเมืองทัสคานี และฉลากสีทองที่ใช้วิธีการทำแบบโบราณเหมือนขวดแชมเปญของศตวรรษที่ 18 ซึ่งแน่นอน มันรวมถึงคุณภาพและประวัติที่มีมาอย่างยาวนาน คงไม่แปลกถ้าคุณจะเสียเงินจำนวนหนึ่งเพื่อแลกกับประวัติที่ยาวนานและเสน่ห์ของ Cire Trudon ที่หาไม่ได้จากที่ไหน”

ตัวยึดไส้เทียนสำหรับวางเป็นฐานด้านล่างของแก้วที่บรรจุเทียน

หนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของ Cire Trudon คือฉลากสีทองที่ใช้เทคนิคการทำเหมือนฉลากโบราณติดขวดแชมเปญโดยการรังสรรค์ของ Touhami หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการทำฉลาก

เทียนประเภทเทียนปั้นขึ้นรูป (Cire Trudon Bust)

เทียนแท่ง (Cire Trudon Pillar) ที่ต้องใช้เทคนิคการลงสีทองบนตราสัญลักษณ์แบบชิ้นต่อชิ้น

ในโรงงานผลิตเทียนของ Cire Trudon จะประกอบไปด้วยหญิงสาวที่มีความชำนาญในการทำเทียนในแต่ละประเภท โดยในปัจจุบัน Cire Trudon ได้เพิ่มไลน์ของเทียนประเภทเทียนปั้นขึ้นรูป (Cire Trudon Bust) ของบุคคลสำคัญของฝรั่งเศส และ เทียนแท่ง (Cire Trudon Pillar) ซึ่งเทคนิคการทำลักษณะนี้ต้องอาศัยฝีมือและการทำขั้นสูงเพื่อให้ได้เทียนปั้นที่มีลักษณะที่แตกต่างกัน หรือเทียนแท่งที่ต้องใช้ระยะเวลาในการขึ้นรูปรวมถึงเทคนิคการลงสีทองแบบชิ้นต่อชิ้นสำหรับตราสัญลักษณ์ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาต้องอยู่ในคุณภาพและได้มาตรฐานแบบ Cire Trudon

 

หัวใจหลักของการทำเทียนหอม คือ กลิ่นและกระบวนการผลิต Cire Trudon มีกลิ่นที่ได้รับความนิยม 10 กว่าชนิด ซึ่งแต่ละกลิ่นมีประวัติและเรื่องราวที่สอดคล้องกันไป ใช้ดอกไม้ ไม้หอม และ ส่วนผสมต่างๆในการรังสรรค์กลิ่น ในขณะเดียวกันทุกเทศกาลแห่งความสุข ก็จะมีเทียนกลิ่นใหม่ แพ็คเก็จที่แตกต่างกัน และมีจำนวนจำกัดอีกด้วย Cire Trudon ไม่เพียงแต่ยังคงรักษาศาสตร์ของการทำเทียนและความหอมที่ติดตรึงให้กับคุณ แต่ Cire Trudon เติมเต็มความงามให้กับโลกแห่งเทียนและเชื่อว่าจะยังคงอยู่เพื่อเต็มเติมเสน่ห์ให้กับโลกนี้ต่อไป

ขอบคุณภาพและข้อมูลบางส่วนจาก sarabrajovic.com และ billionaire.com