Daily Archives

January 23, 2017

Candle History Lifestyle News Royal

Officine Universelle Buly 1803

ล่วงเลยมาถึง 2 ศตวรรษของประวัติศาสตร์ความหอมของโลก สำหรับ “Buly” ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1803 ณ ถนน Rue Saint-Honoré ในใจกลางกรุงปารีส ที่รายล้อมไปด้วยคูหาของตึกและอาคารเก่าที่ยังคงเก็บรักษาไว้มาจนถึงปัจจุบัน ภายในร้านเต็มไปด้วยภาพวาดของบุคคลที่เป็นตำนานและสร้างชื่อให้กับแบรนด์ของแต่ละยุค ความหอมของมวลไม้แห้งที่อยู่ในโหลเก่ายังคงอบอวลให้รู้สึกว่า “ได้มาถึงบูลี่แล้ว”


บริเวณหน้าร้าน ณ ถนน Rue Saint-Honoré ใจกลางกรุงปารีส

ความสวยงามของการตกแต่งภายในร้าน ยังคงดำรงไว้ซึ่งความคลาสสิคของร้านเก่าในแบบบูลี่ของศตวรรษที่ 19 ลิ้นชักไม้ หรือขอบบัวตกแต่งตามมุมยังเป็นของที่ออกแบบตั้งแต่เริ่มและยังใช้ได้ดีจนถึงปัจจุบัน พื้นกระเบื้องสีฟ้าถูกวาดเป็นม่านสีแดงจากการเพ้นต์มือลงบนกระเบื้องซึ่งยังคงอยู่ในสภาพดี รวมถึงรายล้อมไปด้วยโหลแก้วที่บรรจุของต่างๆจนทำให้ความสวยงามและความคลาสสิคเกิดขึ้นได้โดยแทบไม่ต้องทำอะไร พนักงานของบูลี่ให้ความสำคัญและรู้ศาสตร์ของบูลี่อย่างถ่องแท้ สามารถบอกเรื่องราวและเล่าโปรดักส์แต่ละชนิดของบูลี่ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนว่า อาคารเก่าๆหลังนี้ สร้างมาไว้เพื่อต้อนรับเขาโดยเฉพาะ


ภายในร้านเต็มไปด้วยภาพวาดของบุคคลที่เป็นตำนานและสร้างชื่อให้กับแบรนด์ของแต่ละยุค

โปรดักส์ของบูลี่ส่วนใหญ่ที่ได้รับความนิยม อย่างเช่น น้ำหอมที่มาในขวดรูปทรงสุดโบราณและคลาสสิคที่ยังคงเป็นกลิ่นแบบดั่งเดิมของ ฌอน วินเซ็นต์ บูลี่ (Jean-Vincent Bully) ผู้ก่อตั้งและสร้างชื่อเสียงไปทั่วยุโรปใน 200 กว่าปีที่แล้ว โชว์ตระหง่านอยู่บนแท่นหินอ่อนรอทุกคนมาสัมผัสกลิ่นหอมสุดคลาสสิคอย่างกลิ่น Eau Triple ที่ถือว่าเป็นกลิ่นซิกเนเจอร์ได้รับความนิยมไม่เคยเปลี่ยนของบูลี่ สร้างชื่อเสียงให้กับเขาและจัดว่าเป็นหนึ่งของผู้คิดศาสตร์การดูแลผิวและความหอมของฝรั่งเศสในยุคนั้น ถึงขนาด Honoré de Balzac นักเขียนนิยายและนักเขียนบทละครชาวฝรั่งเศสชื่อดังได้แรงบันดาลใจ จนมาสร้างเป็นนวนิยายขายดีในปี 1837 เรื่อง “César Birotteau” ที่พูดถึงอัศวินผู้รังสรรค์น้ำหอมของปารีส


กระเบื้องสีฟ้าและขาวถูกวาดเป็นม่านสีแดงและคำว่า Buly ด้วยการเพ้นต์มือลงบนกระเบื้องซึ่งยังคงอยู่ในสภาพดีเกือบทุกชิ้น

หนึ่งในเอกลักษณ์ที่หาผู้ใดเหมือนของบูลี่ นั่นคือ บรรจุภัณฑ์ที่ใส่ครีมหลากชนิด น้ำหอม หรือแม้แต่เทียนหอม ก็มีดีไซน์ที่แตกต่างกันแต่ก็ออกแบบและคงไว้ซึ่งความคลาสสิคของเสน่ห์ในแบบเครื่องประทินผิวของศตวรรษที่ 19 ลวดลายของบรรจุภัณฑ์ต่างๆได้รับการพัฒนา ปรับปรุงให้สวยงามและเข้าใจง่ายขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบัน Antoinette Poisson ผู้เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์กระดาษและวาดลวดลายด้วยเทคนิคโบราณของปารีส นอกจากนี้ยังเพิ่มโปรดักส์ใหม่อาทิเช่น สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ครีมบำรุงผิว ครีมทามือ ครีมโกนหนวด หรือแม้แต่ หวี ก็มีจำหน่ายที่นี่อีกด้วย นอกจากนี้ในส่วนของน้ำหอมกลิ่นต่างๆของบูลี่ จะมีพนักงานผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและแนะนำกลิ่นทีดีที่สุดให้กับลูกค้า และจะเขียนในกระดาษติดขวดแก้วหรือบรรจุภัณฑ์ด้วย Calligraphy ทุกชิ้นเพื่อความพิเศษสุดสำหรับผู้ที่ได้ครอบครอง


ความคลาสสิคของร้านเก่าในแบบบูลี่ของศตวรรษที่ 19 ลิ้นชักไม้ หรือขอบบัวตกแต่งตามมุม
ยังเป็นของที่ออกแบบตั้งแต่เริ่มและยังใช้ได้ดีจนถึงปัจจุบัน


โปรดักส์ที่ได้รับความนิยมอย่าง ครีมต่างๆ ของ Buly 1803 บรรจุภัณฑ์ยังคงเป็นเสน่ห์แบบเครื่องประทินผิว
ของศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะหาแบรนด์ใดเหมือน


น้ำหอมที่มาในขวดสุดโบราณและคลาสสิคที่ยังคงเป็นกลิ่นแบบดั่งเดิมของ
ฌอน วินเซ็นต์ บูลี่ (Jean-Vincent Bully) ผู้ก่อตั้ง


พนักงานที่ร้านจะเขียนในกระดาษติดขวดแก้วหรือบรรจุภัณฑ์ด้วย Calligraphy ทุกชิ้นให้สำหรับลูกค้า
ว่ากลิ่นอะไร เพื่อใคร และซื้อเมื่อไหร่ เพื่อความพิเศษสุดสำหรับผู้ที่ได้ครอบครอง

“ปารีสเป็นสถานที่ ที่คนจะพบความรักได้ทุกที่ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร หรือขนมชื่อดัง
แต่คุณจะรู้สึกพลาดและผิดหวังถ้าหากไม่ได้มาที่ Buly 1803 ที่จะเติมเต็มความงาม
และเสน่ห์ของความเป็นปารีเซียงที่หาไม่ได้อีกแล้วบนโลกใบนี้”
– นิตยสาร Allure และ Cosmopolitan –

ปัจจุบัน Buly 1803 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ไม่ควรพลาดหากมีโอกาสมาเยือนปารีส เสน่ห์และความงามแบบยุโรปสร้างตำนานและศาสตร์การดูแลผิวและความหอมให้กับโลก และ Buly 1803 เป็นหนึ่งในศาสตร์ของความงามเหล่านั้น เรายังสร้างสรรค์และแต่งเติมสิ่งใหม่ๆ ที่ยังคงรักษาไว้ในยุคของศตวรรตที่ 19 ซึ่งไม่ใช่เหตุผลหลักสำหรับเจตนารมณ์และจิตวิญญาณของ ฌอน วินเซ็นต์ แต่เพื่อรำลึกถึงศาสตร์ความงามของโลก ว่ามีจุดเริ่มต้นจากที่ใด และถนน Rue Saint-Honoré จะยังคงต้อนรับทุกคนจากทั่วทุกมุมโลกให้ได้มาสัมผัสเสน่ห์ในแบบปารีเซียง ณ Buly 1803 ในสักครั้งหนึ่ง

คุณสามารถสัมผัสเสน่ห์ความหอมและดินแดนของบูลี่ได้ที่ Buly 1803, 6, rue Bonaparte, 75006 Paris.
www.buly1803.com +33 1 43 54 25 62


ขอบคุณข้อมูลจาก buly1803.com และ agentofstyle.com

Fashion Lifestyle News Trend

The Making of the CHANEL Cardigan

Hawick หนึ่งในเมืองเล็กๆของสกอตแลนด์ ที่ดูเหมือนจะห่างไกลจากคำว่าแฟชั่น หรือเส้นทางแคทวอล์กของโลกอย่างปารีส แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่าเมืองนี้จะไม่มีความสำคัญ

ภายในโรงงานทอผ้าของ Barrie Knitwear ที่มีประวัติการทอผ้ามายาวนานนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1903 เครื่องจักรและเครื่องมือการผลิตดูล้าสมัย เสียงดังของเครื่องปั่นด้ายที่ดังอึกทึก ไม่สามารถซ่อนพลังของการสร้างสรรค์และฝีมือของช่างผู้ชำนาญของโลกเอาไว้ได้ และชาแนลเป็นผู้ค้นพบดินแดนของความสมบูรณ์แห่งนี้

ไคลฟ์ บราวน์ (Clive Brown) ผู้อำนวยการของ Barrie Knitwear กล่าวด้วยสำเนียงสุดจริงใจในเสน่ห์แบบสกอตแลนด์ว่า “ในโรงงานเล็กๆที่มีคนงานจำนวนไม่มาก แต่รายล้อมไปด้วยผ้าสำหรับทำเสื้อคาร์ดิแกน, จัมเปอร์ รวมถึงกระโปรงของ Chanel ที่ราคาต่อชิ้นอาจสูงถึงหลายพันยูโรต่อรายการ แต่มันแลกมาด้วยความประณีตและคุณภาพผ้าขนสัตว์ของ Barrie ที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยนี้มาหลายต่อหลายรุ่น”

บรูโน่ พาโลฟสกีร์ (Bruno Pavlovsky) ประธานแฟชั่นของชาแนลกล่าวว่า “การเข้าซื้อกิจกการของ Barrie Knitwear ที่ทำงานกับเรามาถึง 25 ปี ในการรังสรรค์เสื้อคาร์ดิแกนให้ชาแนลนั้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและงานฝีมือที่หาได้ยากยิ่งในโลกนี้ เรามีวัฒธรรมและอุดมการณ์ที่สอดคล้องกัน  และชาแนลยังคงมุ่งมั่นที่จะสานต่อและรักษาไว้ในความเชี่ยวชาญและงานฝีมือแบบดั้งเดิมของ Barrie Knitwear ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวสกอตแลนด์”


เส้นด้ายแคชเมียร์หนึ่งในเอกลักษณ์ที่สำคัญของโรงงาน Barrie Knitwear สกอตแลนด์

ความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานร่วมกันของ สตูดิโอที่ปารีสและฮาร์วิกยังคงดำเนินไปอย่างราบรื่น และทำงานด้วยกันอย่างเข้าใจในธรรมชาติของจุดประสงค์หลัก เราตรวจสอบแบบและแก้ไขงานในขณะที่แบร์รี่ สานต่อและสร้างสรรค์เสื้อคาร์ดิแกนได้ตรงคุณภาพของชาแนล ซึ่งนั่นหมายถึงทักษะและความเป็นมืออาชีพของพนักงานและช่างตัดเย็บที่นั่น

แต่ก่อนนั้น Barrie Knitwear ดำเนินกิจการด้วยพนักงานเพียง 20 คน แต่ในปัจจุบันมีพนักงานถึง 190 คน ซึ่งมีหน้าที่ ที่แตกต่างกัน ชาแนลได้เพิ่มเครื่องจักรและคอมพิวเตอร์ในการผลิตเพิ่มขึ้นอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งนอกจากสร้างกำลังการผลิตให้มากขึ้นแล้ว ยังนำมาซึ่งความมั่นคงและน่าเชื่อถือสำหรับธุรกิจในอนาคตของ Barrie Knitwear อีกด้วย


คุณภาพและวิธีการทำแบบดั่งเดิม เย็บและเก็บรายละเอียดด้วยมือแบบชิ้นต่อชิ้น

โดยความพิเศษของคาร์ดิแกนชาแนลนั้น เราได้ใช้ผ้าแคชเมียร์คุณภาพและวิธีการทำแบบดั้งเดิม เย็บและเก็บรายละเอียดด้วยมือแบบชิ้นต่อชิ้น ซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากสตูดิโอที่ปารีส และส่งเสื้อคาร์ดิแกนเหล่านั้นให้กับบูติของชาแนลทั่วโลก โรงงานแบร์รี่ได้ทำคอลเลคชั่นพิเศษของชาแนลหลายต่อหลายคอลเลกชั่น รวมถึงทางชาแนลเองได้ให้เกียรติพนักงานของแบร์รี่ทุกคนให้ได้เข้าร่วมการประชุมใหญ่ของชาแนลที่พระราชวัง Linlithgow ซึ่งไม่อยากจะเชื่อว่าชาแนลจะให้ความสำคัญกับพนักงานเล็กๆจากสกอตแลนด์แบบนี้ “หนึ่งในพนักงานของโรงงานแบรี่กล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ


The Making of the CHANEL Cardigan

มันคือเรื่องราวของ 2 สิ่งที่ดูแตกต่างและมาบรรจบโดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ที่ต้องการสร้างสรรค์งานถักทอแบบดั่งเดิมให้ยังคงอยู่ และสานเจตนารมณ์ของชาแนลที่ว่า “เรามุ่งหวังให้ทุกคนรู้จักแฟชั่น และแฟชั่นก็มุ่งหวังให้ทุกคนเข้าถึงและเรียนรู้มัน” นั่นคงเป็นบทสรุปที่ชาแนลต้องการที่จะบอกเรา

ขอบคุณข้อมูลจาก heraldscotland.com และ chanel.com