Daily Archives

February 28, 2017

History Lifestyle News Royal Story Tea

Mariage Frères Thé Français depuis 1854

ชาระดับโลกชื่อดังของฝรั่งเศส ที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของคนไทย นั่นคือ ชา Mariage Frères (มาคิยาจ แฟรส์)

หากจะเอ่ยถึงความสำคัญของชาในประเทศแถบยุโรปคงน่าจะเริ่มจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศส ที่ให้ความสนใจกับเครื่องดื่มที่ชื่อว่า “ชา” เนื่องจากพระองค์ได้รับคำแนะนำจากหมอประจำพระองค์ให้ดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและระบบการย่อยอาหารที่ดี โดยแต่ก่อนนั้นชาโดยส่วนใหญ่ต้องหาและนำเข้าจากประเทศจีน ซึ่งถือว่ามีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น

Henri และ Edouard Mariage ได้ก่อตั้ง Mariage Freres Tea Company ในปี 1854

จวบจนในปีคศ. 1660 Nicolas และ Pierre Mariage ได้มีโอกาสเดินทางเข้าสู่เส้นทางสายเปอร์เซียเพื่อทำสัญญาทางการค้าเสาะแสวงหาชา เครื่องเทศ และสินค้าอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจาก พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และบริษัท เฟรนช์ อีสต์ อินเดีย (Compagnie des Indes) และเป็นผู้นำเข้าชาและเครื่องเทศต่าง ๆ จากรุ่นสู่รุ่น และในปี คศ. 1854 Henri and Edouard Mariage ได้ตั้ง Mariage Freres Tea Company และสืบทอดกิจการชาต่อกันมาเป็นธุรกิจของตระกูลมาเรื่อย ๆ โดยได้ทำการพัฒนาชาในหลากหลายกลิ่นจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกและจัดว่าเป็นชาที่มีราคาแพงที่สุดของโลกในอันดับต้นๆ หนึ่งในชาที่เป็น  Signature ของ Mariage Frères ก็คือชา Marco Polo

กิตติชาติ แสงมณี เจ้าของชา Mariage Freres ประเทศฝรั่งเศส

และหนึ่งในเรื่องราวสำคัญของชาที่มีชื่อเสียงโด่งดังของโลกแบรนด์นี้ น้อยคนนักที่จะรู้ว่าปัจจุบันชา Mariage Frères มีเจ้าของเป็นคนไทยและแบรนด์ Mariage Frères ตกอยู่ภายใต้การบริหารของคุณกิตติชาติ ผู้ที่ไม่เคยหลงใหลในเสน่ห์ของชา แต่นั่นคือโชคชะตาที่ทำให้เกิดเรื่องราวของชาระดับโลกนี้ โดยคุณกิตติชาติได้มีโอกาสเล่าให้ฟังว่า

“คงเป็นโชคชะตานะผมว่า เพราะว่าผมไม่ได้ตั้งใจเลย คือพอจบวชิราวุธตอนนั้นก็อยากจะเรียนการทูต ก็สอบเข้าเรียนการทูตที่ธรรมศาสตร์ จบจากธรรมศาสตร์ ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 จบ 3 ปีกว่าเอง เพราะอยากจะเรียนรู้ให้เร็วที่สุดแล้วก็ได้มาเรียนที่นี่ กะว่าจะมาทำปริญญาโท แล้วต่อเอกเกี่ยวกับการทูตจุดประสงค์มุ่งหมายของตัวเองคือเป็นนักการทูต เข้ากระทรวง ตอนนั้นคิดว่าจบไทยแล้วมาต่อนี้โท 3 ปี เอก 4 ปีอย่างมาก แล้วจะรีบกลับไทย แล้วดูสิครับตอนนี้ก็ยังอยู่ที่นี่ (หัวเราะ)”

“เพื่อนผมเขาสนใจเกี่ยวกับชา เขารู้จักครอบครัวนี้ เลยชวนไปพบด้วยกันเพื่อจะได้ถามความเห็นผมว่าน่าสนใจมั้ย พอเข้าไปแล้ว ตอนนั้นมาคิยาจขายชาอย่างเดียวไม่ได้ทำร้าน เข้าไปเหมือนโรงเก็บของ กลิ่นชาอบอวล ผมเหมือนถูกมนต์สะกด ผมได้พบทายาทคนสุดท้ายของครอบครัว ท่านอายุมาก 80 กว่าแล้ว และจิตคงสัมผัสกันท่านต้องการหาเพื่อนร่วมงาน เผอิญคือครอบครัวเขาไม่สนใจจะทำเกี่ยวกับชา  ผมเลยบอกเพื่อนว่า ทำสิ น่าสนใจดี แต่สมองผมตอนนั้นเห็นเป็นภาพ ๆ ว่าควรทำอะไรอย่างไร ในที่สุดเพื่อนเขาก็ทำ แต่ผมมีเวลาว่างเลยมาเยี่ยมอยู่เรื่อย ๆ ในที่สุดก็ทีละเล็กละน้อยกลายเป็น มันเข้าไปอยู่ในสายเลือดโดยอัตโนมัติไม่รู้ตัว ผมเข้าไปทำเป็น hobby คือสนุกเรียนรู้หลาย ๆ อย่าง เรียนจากทายาทรุ่นสุดท้ายของเขาเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับชา การชิม การชง ในที่สุดก็ตัดสินใจไม่เรียนแล้ว ไม่เรียนการทูตแล้ว ตอนนั้นถือว่าเสี่ยงมากเหมือนกัน แต่เรามี passion อินเลิฟ ก็ไปเลย ไปเลย”

พอร้าน Mariage Frères เปิดตัวครั้งแรกที่แถวมาเร่ส์ (Marais) ก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก สื่อมวลชนมาจากทั่วโลกเลย และทุกอย่างตรงกับรสนิยมของคนฝรั่งเศสมาก เพราะถือว่าเป็นร้านชาที่เปิดใหม่ แต่จริง ๆ คือชาที่เก่าแก่ที่สุดของฝรั่งเศสหรือเกือบที่สุดในยุโรปก็ว่าได้ แต่เราปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เปิดแล้วเราก็ทำแบรนด์ดิ้ง ทำแพ็กเกจจิ้ง ทำอะไรหมด จากนั้นรู้สึกตัวอีกที ผมก็ไม่มีเวลาหยุดเลย ผมมีความรู้สึกว่า ตำนานนี้เป็นของเรา คือทำอะไรลงไปโดยไม่ฝืนตัวเองเลย แล้วความคิดสร้างสรรค์มันจะมาเอง ซึ่งผมเชื่อว่าจินตนาการของทุกคนมีมากที่ขาดก็คือเวลาเท่านั้นเอง”

หนึ่งในคอลเลกชั่นสุดพิเศษของชาจากประเทศไทย (ชาไทยสีแดง) ที่ Mariage Frères ใช้ชื่อว่า Thaïlande

หลังจากเปิดร้านแรกในปี 1984 ในวันนี้คุณกิตติชาติ คือประธานบริษัท และเป็นเจ้าของ Mariage Frères แต่เพียงผู้เดียว โดยในปัจจุบัน Mariage Frères มีสาขาในปารีส 4 สาขา รวมทั้งยังมีสาขาในต่างประเทศอีกหลายแห่ง ในญี่ปุ่น 2 แห่งคือกินซ่า กับ ชินจูกุ ที่กินซ่าเป็นที่รู้จักกันดีเพราะมีมากว่า 20 ปีแล้ว โดยในสมัยก่อนนั้นมีชา 250 สูตรแต่ปัจจุบันในทุกวันนี้ Mariage Frères มีสูตรชาถึง 650 สูตรให้เลือกซึ่งทุก ๆ สูตร คุณกิตติชาติเป็นคนคิดและสร้างสรรค์เองทั้งสิ้น หนึ่งในนั้นคือ Thaïlande ชาไทยสีแดงจากประเทศไทย ที่บนบรรจุภัณฑ์ใช้คำว่า “ชา” ภาษาไทย

โดยในปัจจุบันนั้นคุณกิตติชาติได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยทางรัฐบาลฝรั่งเศสเพิ่งจะมอบรางวัลเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ ในฐานะผู้ที่สร้างคุณูปการให้กับประเทศฝรั่งเศส และยังดำรงไว้ซึ่งศาสตร์แห่งการทำชาชั้นสูงของโลก นอกจากนี้ยังมีรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าคุณกิตติชาติ ยังคงภูมิใจในความเป็นคนไทยและยังคงหาโอกาสกลับมาเมืองไทยทุกครั้งถ้าเป็นไปได้ ซึ่งนับเป็นความภูมิใจยิ่งของคนไทยที่มีบุคคลของประเทศที่สร้างชื่อเสียงและได้รับการยกย่องในระดับโลกเช่นนี้

ปัจจุบันชาจาก Mariage Frères ได้ผลิตชาหลากหลายกลิ่นจากไร่ชาที่ดีที่สุดจากทั่วโลก พร้อมออกแบบบรรจุภัณฑ์ต่างๆให้ทันสมัย สวยงาม และยังคงเป็นมาตรฐานของ Mariage Frères

แน่นอนว่าศาสตร์ของชาชั้นสูงของ Mariage Freres นี้ จะยังคงอยู่ตลอดไป ตราบใดที่คนยังไม่ลืมชาของ Mariage Freres โดยคุณสามารถเข้าไปดูข้อมูลของชาเพิ่มเติมได้ที่ http://mariagefreres.com

ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสาร Hello เดือนมกราคม 2553 เรื่อง TOP OF THE WORLD และภาพบางส่วนจาก mariagefreres.com  / nptdumois.blogspot.com / cdn.shopify.com/ rbangirl.fr

 

Fashion History Lifestyle Love News Trend

The story of fornasetti

นี่ๆ รู้จัก นักร้องโอเปร่าสาวลึกลับที่ชื่อว่า Lina Cavalieri หรือเปล่า? คำถามนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าเรารู้จัก Piero Fornasetti ศิลปินนักออกแบบตกแต่งภายในชาวอิตาลี่ดี

Piero Fornasetti
Piero Fornasetti (10 November 1913 – 9 October 1988)


แต่ก่อนแต่ไร Fornasetti ก็ไม่ได้เป็นใครสักคน ที่คิดว่าสักวัน จะกลายเป็นมหากาพย์แห่งวงการการออกแบบตกแต่งระดับโลก ที่มีผลงานสร้างชื่อระดับมาสเตอร์พีชมากมาย หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น ใบหน้านักร้องโอเปร่าสาวลึกลับที่ชื่อว่า Lina Cavalieri ที่ Fornasetti เองได้สร้างและออกแบบลวดลายต่างๆจากใบหน้าของเธอมากกว่า 350 แบบ จนเป็นลายใบหน้าที่เป็นต้นแบบที่ทำให้คนรู้จักแบรนด์ Fornasetti ไปทั่วโลกและหวังจะได้ครอบครองผลงานของเขาสักชิ้น

ใบหน้านักร้องโอเปร่าสาวลึกลับที่ชื่อว่า Lina Cavalieri ที่ Fornasetti
เองได้สร้างและออกแบบลวดลายต่างๆ
จากใบหน้าของเธอมากกว่า 350 แบบ
Lina Cavalieri ที่ Fornasetti กับลวดลายใหม่จาก Barnaba Fornasetti
การเพนท์ลายงานลงวัสดุที่สามารถเพนท์ลายได้เช่น โต๊ะ เก้าอี้ มู่ลี่ รวมทั้งเซรามิคเนื้อดี

จากหนุ่มนักออกแบบที่มีเอกลักษณ์ของการเพนท์ลายงานลงวัสดุที่สามารถเพนท์ลายได้เช่น โต๊ะ เก้าอี้ มู่ลี่ รวมทั้งเซรามิคเนื้อดี จนทำให้คนพูดถึงกันปากต่อปากและเป็นที่มาของการหางานดีไซน์ Tema e Variazion ของ Fornasetti กันทั่ว นี่ยังไม่รวมหนังสือออกแบบ นิตยสารตกแต่งบ้านทุกหัว ก็ต้องเคยมีงานของ Fornasetti ประดับอยู่ในเล่มมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งก็คงไม่แปลกอะไรถ้า Fornasetti จะได้สิทธินั้น รวมถึงหลังจากที่เขาไปจากโลกนี้ไปผลงานเพนท์มือเหล่านั้น คงเดาได้ไม่ยาก ว่าจะมีมูลค่าเท่าไร

 

Barnaba Fornasetti บุตรชายของ  Piero Fornasetti ที่สานต่อเจตตนารมณ์ของพ่อด้วยผลงานต่างๆจนถึงปัจจุบัน

แต่ความทรงจำก็ไม่ใช่จะเป็นความทรงจำเสมอ การส่งต่อความรักและจิตวิญญาณของผู้ให้อย่างพ่อที่มีต่อลูก ยังคงแทรกซึมสู่ Barnaba Fornasetti บุตรชาย ที่สานต่อเจตนารมณ์ของผู้เป็นพ่อ สร้างสรรค์ผลงานจากลวดลายเก่าของพ่อ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น รวมถึงผสมผสานความกบฏ อารมณ์ของการเสียดสี อย่างเช่น ผลงานเซรามิก งานกระจก งานไม้ เครื่องหอม และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่มีรูปแบบที่แปลกตาไป แต่ยังคงมีกลิ่นอายเกือบ 100% ของผู้เป็นพ่อ หนึ่งในนั้นคือคอลเลคชั่นของเครื่องหอมอย่าง Architettura Candle เทียนหอมหลากหลายกลิ่น ที่สอดคล้องกับลวดลายบนโถเซรามิกและฝา สร้างเสน่ห์ให้กับบ้าน สามารถตกแต่งให้เข้ากับกับบ้านได้ทุกสไตล์ และกลินที่เป็นเอกลักษณ์ อย่าง เครื่องเทศ ผลส้ม ถึงแม้ว่าสินค้าของเขาจะเป็นลายโรมัน ลายคลาสสิคบ้าง แต่ด้วยสีสันที่ใช้เป็นสีขาวดำ รูปทรงและลวดลายถูกตัดทอนลงจึงไม่เยอะจนเกินไป ผลงานของเขาส่วนมากเป็นงานเซรามิคจึงทำให้ไปตกแต่งกับบ้านคลาสสิคหรืออยู่บ้านโมเดิร์นก็ได้ โดยทำให้ลุคโดยรวมดูกลมกลืน ไม่แข็งกระด่างและดูมีดีเทลของบ้านมากกว่าเดิมอีกเท่าตัว รู้งี้ สมควรมีสักชิ้นสองชิ้นไหม?