Browsing Category

Mood

Fashion Mood Uncategorized

Fit For a Queen: Her Majesty Queen Sirikit’s Creations by Balmain

“หนังสือพิมพ์ วอชิงตัน โพสต์ ฉบับประจำวันที่ 29 มิถุนายน 2503 มีเนื้อหากล่าวชื่นชมถึงพระสิริโฉมและพระปรีชาสามารถในการเลือกสรรการฉลองพระองค์ว่า “ในเมืองไทยนั้น วันแต่ละวันมีสีประจำวัน และนั่นหมายถึง ผู้ที่ส่วมใส่เสื้อผ้าตามสีแห่งวันจะประสบโชค มีสุข และสุขภาพดี เช่นเดียวกับวันอังคารนี้เปรียบได้กับสีชมพู พระราชินีของไทย ทรงฉลองพระองค์ฝีมือการตัดเย็บของ ปิแอร์ บัลแมง ด้วยผ้าไหมสีชมพูอ่อน ผสมผสานโดยสมบูรณ์แบบกับผิวสีเหลืองครีมโอลีฟ พระเนตรสีนิลทอประกาย ฉายรับกับพระเกศาสีบลูเน็ต ยากที่จะเชื่อว่าจะมีสุภาพสตรีที่มีรสนิยมในทางแฟชั่นรายใด จะแต่งตัวได้อย่างเหมาะเจาะเช่นนี้” หรือการเสด็จฯเยือนประเทศอังกฤษ หนังสือพิมพ์ในกรุงลอนดอนถวายสดุดีว่า “ทรงเป็นพระราชินีที่สดใส ท่ามกลางสายพระพิรุณโดยแท้” และ เดลิเกทซ์ หนังสือพิมพ์อีกฉบับหนึ่งของอังกฤษสดุดีด้วยข้อความที่ค้ลายคลึงกันว่า “ทรงเป็นพระราชินีผู้มีพระฉวีวรรณล้ำเลิศ ทรงแย้มพระสรวลเสมอ ประชาชนชาวอังกฤษขอต้อนรับพระราชินีผู้ทรงมีพระสิริโฉมงดงาม สว่างไสว แม้แต่กลางวันที่มืดมัวก็กระจ่างแจ้งได้” 

นิทรรศการ งามสมบรมราชินีนาถ (Fit For a Queen: Her Majesty Queen Sirikit’s Creations by Balmain) จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ นิทรรศการจัดแสดงฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ออกแบบโดยนายปิแอร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศสผู้ดูแลการตัดเย็บฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถมาเป็นเวลากว่า ๒๒ ปี และมีส่วนสำคัญในการเผยแพร่ความงดงามของผ้าไหมให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

ทรังค์ จากหลุยส์ วิตตอง สำหรับเก็บฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
สลักอักษรอังกฤษพระปรมาภิไธยย่อ “S” และทรังค์ฉลองพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สลักพระปรมาภิไธย “ภปร” สั่งทำโดย ปิแอร์ บัลแมง

“พระองค์มีพระประสงค์ฉลองพระองค์ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศและสถานที่โดยสื่อเอกลักษณ์ความงามแบบไทยวิจิตร” นั่นคือจุดเริ่มต้นและเป็นที่มาของชุดไทยในปัจจุบัน อาทิ ไทยเรือนต้น, ไทยจิตรลดา หรือแม้แต่ ไทยบรมพิมาน ที่ตัดเย็บโดยห้องเสื้อ ปิแอร์ บัลแมง สร้างสรรค์งานปักชั้นสูงระดับโอกูตูร์ของโลกอย่าง เมซง เลอซาจ” (Maison Lesage) และรองเท้าเข้าชุดอีกจำนวนนึงที่ออกแบบให้คงเอกลักษณ์ด้วยผ้าไหมไทยจากแบรนด์ เรเน่ มันซินี (René Mancini) ในขณะที่มงกุฏกนกมาศประดับเพชรสามารถปรับเปลี่ยนเป็น สร้อยพระศอ และ สร้อยข้อพระหัตถ์ เข้าชุด นับเป็นการดีไซน์ที่ชาญฉลาดยิ่ง ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้สร้างคำชมเชยถึงพระสิริโฉมอันงดงามและฉลองพระองค์อันวิจิตรในทุกประเทศที่เสด็จฯ รวมถึงรัศมีอันเปล่งประกายของพระองค์ ทำให้นิตยสารอีกหลายฉบับในต่างประเทศลงพระฉายาลักษณ์พระองค์บนปกนำ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยียม สวีเดน ออสเตรเลีย เป็นต้น

นิทรรศการ งามสมบรมราชินีนาถ (Fit For a Queen: Her Majesty Queen Sirikit’s Creations by Balmain) เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ – เดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ณ ห้องจัดแสดง ๑-๒ พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในพระบรมมหาราชวัง เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ -๑๖.๓๐ น.

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและรูปภาพจาก http://www.qsmtthailand.org

Lifestyle Mood Travel

On the hillside of Erciyes Mountain

บนภูเขาที่สูงที่สุด และเราก็เป็นเพียงจุดเล็กๆของโลกใบนี้ คงมีสถานที่อีกมากมายที่รอให้เราค้นหาคำตอบของตัวเองสำหรับการเดินทางว่าความจริงแล้ว เราชอบท่องเที่ยวแบบไหน หรือความต้องการของเรามีความจำกัดถึงแค่ตรงไหน มันคงจะยากถ้าจะบอกว่าทุกที่ดีที่สุดเมื่อไปเยือน ความจริงมันก็ไม่เชิงผิดทีเดียวนัก เพียงแต่เสน่ห์แต่ละสถานที่ที่ไปเยือน มันช่างประทับใจเกินที่จะบอกกล่าว ใครๆต่างนิยมและเลือกการขึ้นบอลลูน สัมผัสความงามของเมืองในหินผา Cappadocia แต่ถ้าลองเปิดใจสักนิดเมืองเล็กๆอีกเมืองอย่าง Kayseri  กลับดึงดูดความสนใจขึ้นมาทันที

ถนนสายหนึ่ง ที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา สองข้างทางเต็มไปด้วยไม้พุ่มขนาดย่อมและดอกหญ้าสีสันสวยงาม

ยอดเขาหิมะขาวโพลนระยะไกลเบื้องหน้า ขณะรถบัสเคลื่อนตัว ณ ถนนสายหนึ่ง ที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา สองข้างทางเต็มไปด้วยไม้พุ่มขนาดย่อมและดอกหญ้าสีสันสวยงาม เพิ่มเสน่ห์ของการค้นพบความสุขของการอยู่กับตัวเองตลอดสองข้างทางอย่างที่ควรจะเป็น ชีวิตของการไม่ต้องรับสายโทรศัพท์สำหรับหนุ่มสาวบ้างานจบลงชั่วขณะ เราใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากเมือง Cappadocia ก็มาถึงเมืองไคเซอร์รี่ Keyseri เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงอย่างมากในฤดูหนาวสำหรับการเล่นสกี และนิยมมาที่เมืองไคเซอร์รี่เพื่อสัมผัสหิมะและความหนาวเย็น ณ ภูเขาเออร์ซิเยส Erciyes Mountain ที่สูงถึง 3,917 เมตร ความตั้งใจแน่วแน่ของการเยือนภูเขาหิมะลูกนี้ อาจจะไม่ใช่การเล่นสกีแต่เป็นการสัมผัสภูเขาลูกงามนามว่า Erciyes

ณ ภูเขาเออร์ซิเยส Erciyes Mountain ที่สูงถึง 3,917 เมตร

รถบัสมุ่งสู่ภูเขา Erciyes เบื้องหน้าค่อยๆไต่ความสูงขึ้นทีละระดับ ความหนาวเย็นและขาวโพลนเข้ามาแทนต้นไม้ใบเขียว สองข้างทางเปลี่ยนเป็นหิมะกระจัดกระจายตามแรงลม และร่องรอยของล้อรถที่ขับผ่านไปมาตลอดเวลา คงถึงแล้วสินะ Erciyes เราใช้เวลาเพียงไม่นานนัก เริ่มปรับตัวเข้าสู่โหมดมนุษย์หิมะ ในขณะที่แสงแดดส่องกระทบพื้นผิวขาวจนเริ่มแสบตา หน้าที่ของแว่นตาจึงเข้ามาทำหน้าที่อย่างพอเหมาะพอเจาะ ในขณะช่วงบ่ายคนต่อแถวขึ้นกระเช้าเพื่อไปยังจุดเล่นสกีและจุดที่สูงที่สุดเริ่มเบาบาง เราใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีเท่านั้น ก็มายืนอยู่บริเวณเซ็นเตอร์ของอาคารเล็กๆสองสามตึกที่ทำหน้าที่ของตนแตกต่างกันออกไป มีทั้งอาคารที่เป็นร้านอาหารขนาดย่อย อาคารเพื่อต่อไปยังจุดที่สูงที่สุดระดับที่ 2 และ 3 รวมถึงอาคารพักสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการรอและชมวิวทิวทัศน


เบื้องหน้าที่ปราศจากสิ่งมีชีวิต

ในเวลานี้สองเท้าทำหน้าที่ในการไต่ความสูงและเนินราบสีขาวด้วยความมุ่งหวังว่า จะหลบผู้คนสักพักและนั่งมองเสน่ห์ของ Erciyes และวิวของภูเขาลูกเล็กลูกน้อย พลันสายตาก็เหลือบเห็นกลุ่มหินก้อนใหญ่ที่สามารถนั่งชมวิวได้อย่างมั่นคงและไม่ลื่นไหวเป็นแน่ ความรู้สึกว่างเปล่าเข้ามาแทนที่ทันที ความขาวของเบื้องหน้าดูแทบจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ คือความว่างเปล่าของความคิดและความรู้สึก โลกนี้มีสิ่งจรรโลงใจที่แตกต่างกัน บางคนเลือกจะอยู่กับตัวเอง บางคนเลือกที่จะกับเพื่อนพูดคุยแบ่งปันความรู้สึกนึกคิด และอื่นๆ แต่ผมเลือกที่จะอยู่กับตัวเองและสิ่งที่ได้พบในช่วงเวลาสั้นๆให้ได้มากที่สุด คนเราสามารถระบายความเครียดและผ่อนคลายได้ด้วยธรรมชาติ บางคนยอมปล่อยวางทุกสิ่งเมื่อมีโอกาสอำนวยในการอยู่กับธรรมชาติไปทั้งชีวิต แต่คนที่ยังทำงานและมีความฝัน ธรรมชาติเป็นสิ่งเติมเต็มให้ชีวิตในวันข้างหน้าได้ก้าวต่อและเป็นแรงผลักดันวันใหม่ ให้รู้สึกว่าข้างหน้ายังมีอะไรให้เราค้นหาไปเรื่อยๆ และแน่นอน ถ้าโลกนี้ยังไม่ล่มสลาย ธรรมชาติยังคงรอเราให้สัมผัสอยู่ทุกที่บนโลกใบนี้

เสน่ห์ของ Erciyes และวิวของภูเขาลูกเล็กลูกน้อย