Browsing Tag

Scent

Candle History Lifestyle News Royal

Officine Universelle Buly 1803

ล่วงเลยมาถึง 2 ศตวรรษของประวัติศาสตร์ความหอมของโลก สำหรับ “Buly” ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1803 ณ ถนน Rue Saint-Honoré ในใจกลางกรุงปารีส ที่รายล้อมไปด้วยคูหาของตึกและอาคารเก่าที่ยังคงเก็บรักษาไว้มาจนถึงปัจจุบัน ภายในร้านเต็มไปด้วยภาพวาดของบุคคลที่เป็นตำนานและสร้างชื่อให้กับแบรนด์ของแต่ละยุค ความหอมของมวลไม้แห้งที่อยู่ในโหลเก่ายังคงอบอวลให้รู้สึกว่า “ได้มาถึงบูลี่แล้ว”


บริเวณหน้าร้าน ณ ถนน Rue Saint-Honoré ใจกลางกรุงปารีส

ความสวยงามของการตกแต่งภายในร้าน ยังคงดำรงไว้ซึ่งความคลาสสิคของร้านเก่าในแบบบูลี่ของศตวรรษที่ 19 ลิ้นชักไม้ หรือขอบบัวตกแต่งตามมุมยังเป็นของที่ออกแบบตั้งแต่เริ่มและยังใช้ได้ดีจนถึงปัจจุบัน พื้นกระเบื้องสีฟ้าถูกวาดเป็นม่านสีแดงจากการเพ้นต์มือลงบนกระเบื้องซึ่งยังคงอยู่ในสภาพดี รวมถึงรายล้อมไปด้วยโหลแก้วที่บรรจุของต่างๆจนทำให้ความสวยงามและความคลาสสิคเกิดขึ้นได้โดยแทบไม่ต้องทำอะไร พนักงานของบูลี่ให้ความสำคัญและรู้ศาสตร์ของบูลี่อย่างถ่องแท้ สามารถบอกเรื่องราวและเล่าโปรดักส์แต่ละชนิดของบูลี่ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนว่า อาคารเก่าๆหลังนี้ สร้างมาไว้เพื่อต้อนรับเขาโดยเฉพาะ


ภายในร้านเต็มไปด้วยภาพวาดของบุคคลที่เป็นตำนานและสร้างชื่อให้กับแบรนด์ของแต่ละยุค

โปรดักส์ของบูลี่ส่วนใหญ่ที่ได้รับความนิยม อย่างเช่น น้ำหอมที่มาในขวดรูปทรงสุดโบราณและคลาสสิคที่ยังคงเป็นกลิ่นแบบดั่งเดิมของ ฌอน วินเซ็นต์ บูลี่ (Jean-Vincent Bully) ผู้ก่อตั้งและสร้างชื่อเสียงไปทั่วยุโรปใน 200 กว่าปีที่แล้ว โชว์ตระหง่านอยู่บนแท่นหินอ่อนรอทุกคนมาสัมผัสกลิ่นหอมสุดคลาสสิคอย่างกลิ่น Eau Triple ที่ถือว่าเป็นกลิ่นซิกเนเจอร์ได้รับความนิยมไม่เคยเปลี่ยนของบูลี่ สร้างชื่อเสียงให้กับเขาและจัดว่าเป็นหนึ่งของผู้คิดศาสตร์การดูแลผิวและความหอมของฝรั่งเศสในยุคนั้น ถึงขนาด Honoré de Balzac นักเขียนนิยายและนักเขียนบทละครชาวฝรั่งเศสชื่อดังได้แรงบันดาลใจ จนมาสร้างเป็นนวนิยายขายดีในปี 1837 เรื่อง “César Birotteau” ที่พูดถึงอัศวินผู้รังสรรค์น้ำหอมของปารีส


กระเบื้องสีฟ้าและขาวถูกวาดเป็นม่านสีแดงและคำว่า Buly ด้วยการเพ้นต์มือลงบนกระเบื้องซึ่งยังคงอยู่ในสภาพดีเกือบทุกชิ้น

หนึ่งในเอกลักษณ์ที่หาผู้ใดเหมือนของบูลี่ นั่นคือ บรรจุภัณฑ์ที่ใส่ครีมหลากชนิด น้ำหอม หรือแม้แต่เทียนหอม ก็มีดีไซน์ที่แตกต่างกันแต่ก็ออกแบบและคงไว้ซึ่งความคลาสสิคของเสน่ห์ในแบบเครื่องประทินผิวของศตวรรษที่ 19 ลวดลายของบรรจุภัณฑ์ต่างๆได้รับการพัฒนา ปรับปรุงให้สวยงามและเข้าใจง่ายขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบัน Antoinette Poisson ผู้เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์กระดาษและวาดลวดลายด้วยเทคนิคโบราณของปารีส นอกจากนี้ยังเพิ่มโปรดักส์ใหม่อาทิเช่น สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ครีมบำรุงผิว ครีมทามือ ครีมโกนหนวด หรือแม้แต่ หวี ก็มีจำหน่ายที่นี่อีกด้วย นอกจากนี้ในส่วนของน้ำหอมกลิ่นต่างๆของบูลี่ จะมีพนักงานผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและแนะนำกลิ่นทีดีที่สุดให้กับลูกค้า และจะเขียนในกระดาษติดขวดแก้วหรือบรรจุภัณฑ์ด้วย Calligraphy ทุกชิ้นเพื่อความพิเศษสุดสำหรับผู้ที่ได้ครอบครอง


ความคลาสสิคของร้านเก่าในแบบบูลี่ของศตวรรษที่ 19 ลิ้นชักไม้ หรือขอบบัวตกแต่งตามมุม
ยังเป็นของที่ออกแบบตั้งแต่เริ่มและยังใช้ได้ดีจนถึงปัจจุบัน


โปรดักส์ที่ได้รับความนิยมอย่าง ครีมต่างๆ ของ Buly 1803 บรรจุภัณฑ์ยังคงเป็นเสน่ห์แบบเครื่องประทินผิว
ของศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะหาแบรนด์ใดเหมือน


น้ำหอมที่มาในขวดสุดโบราณและคลาสสิคที่ยังคงเป็นกลิ่นแบบดั่งเดิมของ
ฌอน วินเซ็นต์ บูลี่ (Jean-Vincent Bully) ผู้ก่อตั้ง


พนักงานที่ร้านจะเขียนในกระดาษติดขวดแก้วหรือบรรจุภัณฑ์ด้วย Calligraphy ทุกชิ้นให้สำหรับลูกค้า
ว่ากลิ่นอะไร เพื่อใคร และซื้อเมื่อไหร่ เพื่อความพิเศษสุดสำหรับผู้ที่ได้ครอบครอง

“ปารีสเป็นสถานที่ ที่คนจะพบความรักได้ทุกที่ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร หรือขนมชื่อดัง
แต่คุณจะรู้สึกพลาดและผิดหวังถ้าหากไม่ได้มาที่ Buly 1803 ที่จะเติมเต็มความงาม
และเสน่ห์ของความเป็นปารีเซียงที่หาไม่ได้อีกแล้วบนโลกใบนี้”
– นิตยสาร Allure และ Cosmopolitan –

ปัจจุบัน Buly 1803 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ไม่ควรพลาดหากมีโอกาสมาเยือนปารีส เสน่ห์และความงามแบบยุโรปสร้างตำนานและศาสตร์การดูแลผิวและความหอมให้กับโลก และ Buly 1803 เป็นหนึ่งในศาสตร์ของความงามเหล่านั้น เรายังสร้างสรรค์และแต่งเติมสิ่งใหม่ๆ ที่ยังคงรักษาไว้ในยุคของศตวรรตที่ 19 ซึ่งไม่ใช่เหตุผลหลักสำหรับเจตนารมณ์และจิตวิญญาณของ ฌอน วินเซ็นต์ แต่เพื่อรำลึกถึงศาสตร์ความงามของโลก ว่ามีจุดเริ่มต้นจากที่ใด และถนน Rue Saint-Honoré จะยังคงต้อนรับทุกคนจากทั่วทุกมุมโลกให้ได้มาสัมผัสเสน่ห์ในแบบปารีเซียง ณ Buly 1803 ในสักครั้งหนึ่ง

คุณสามารถสัมผัสเสน่ห์ความหอมและดินแดนของบูลี่ได้ที่ Buly 1803, 6, rue Bonaparte, 75006 Paris.
www.buly1803.com +33 1 43 54 25 62


ขอบคุณข้อมูลจาก buly1803.com และ agentofstyle.com

Candle Lifestyle

Cire Trudon Candles Sweetness and Light

ตำนานแห่งเทียนชั้นสูงอย่าง เซียร์ ทรูดอง (Cire Trudon) ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1643 จวบจนปัจจุบันกลายเป็นเทียนที่มีประวัติและได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆของโลก เล่ากันว่า เป็นหนึ่งในเครื่องหอมของ พระนางมารี อ็องตัวแน็ต ที่ทรงจุดเป็นประจำด้วยกลิ่นซิกเนเจอร์อย่าง Trianon ที่สร้างความหอมอบอวลไปทั่วห้องและกระจายความหอมนี้มาสู่เสื้อผ้าอาภรณ์ของพระนาง จนถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งของเครื่องหอมชั้นสูงในสมัยนั้น


จูเลียน พรูวอด (Julien Pruvost) ผู้อำนวยการบริหารของ Cire Trudon

จูเลียน พรูวอด (Julien Pruvost) ผู้อำนวยการบริหารของ Cire Trudon เล่าว่าปัจจุบัน Cire Trudon ได้สร้างธุรกิจเครื่องหอมประเภทเทียนไปสู่แบรนด์ชั้นนำของโลกอย่าง Yves Saint Laurent,  Valentino, Dior, Hermes, Christophe Lemaire รวมถึงแบรนด์อื่นๆอีกมากมายที่ทำให้เอกลักษณ์ของความหอมกระจายสู่แบรนด์แฟชั่นชั่นสูงของโลกในเวลาต่อมา ซึ่งนั้นยิ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์มากขึ้นอีกด้วย

หนึ่งในเสน่ห์หลักของการผลิตเทียนของ Cire Trudon นั่นคือการทำมือและอาศัยความปราณีตขั้นสูง “มันไม่ต่างอะไรเลยกับช่างเย็บผ้าแบบโอต์กูตูร์ที่มีความประณีตและใส่ใจในรายละเอียด Cire Trudon ก็เช่นกัน เรารังสรรค์ความหอมควบคู่ไปกับศาสตร์ศิลป์ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักของเรา”


แก้วบรรจุเทียนได้รับการผลิตจากโรงงานชั้นสูงของเมือง Tuscany ที่มีวิธีการทำแบบใบต่อใบ

Cire Trudon ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบในการทำเทียน โดยใช้ไขผึ้งเป็นส่วนผสมเกือบ 100% รวมถึงมีส่วนผสมของถั่วเหลืองและมะพร้าวแห้ง ปราศจากพาราฟิน ที่ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบการหายใจ รวมถึงเป็นอีกหนึ่งเทียนที่มีคุณภาพที่ไม่ก่อให้เกิดควัน และสามารถจุดได้จนหมด ไม่ทิ้งคราบใดๆ ซึ่งนั้นเป็นจุดเด่นอีกหนึ่งอย่างที่ จูเลียน ต้องการบอกเรา

ในปัจจุบันธุรกิจเทียนและเครื่องหอมได้รับความนิยมเสมือนเป็นหนึ่งสิ่งที่ควบคู่ไปกับไลฟ์สไตล์ของคนและเดินเป็นเส้นขนานไปกับสารพัดแบรนด์ที่ต้องการสร้างกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับตนเอง โดยจูเลียนเพิ่มเติมความคิดนี้โดยให้เหตุผลว่า “สมัยก่อน มีคุณสมบัติในการใช้เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนา หรือกลิ่นอบเฉยและกำยานแบบสมัยก่อน มีฤทธิ์ในการไล่ยุงและแมลงยามกลางคืน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดูเรียบง่ายสำหรับคนในสมัยนั้น เปลวไฟของเทียนเป็นเหมือนสิ่งหนึ่งที่ต้องการแสดงถึงความเงียบสงัดและมีความคิดนี้มาเป็นศตวรรษ แต่ในทางกลับกันปัจจุบันเทียนหอมถูกสร้างขึ้นเพื่อเติมเต็มรสนิยมและสร้างความหอมให้กับบ้านของเรา”

หากเทียบกับเทียนหอมประเภทอื่นที่มีขายตามท้องตลาดทั่วโลก ถือว่า Cire Trudon อยู่ในกลุ่มเทียนที่มีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งข้อนี้ จูเลียน ได้อธิบายอย่างชัดเจนว่า “เทียนธรรมดาของเราขนาด 270 กรัม เป็นเทียนที่มีกลิ่นที่แตกต่างกันไปตามความชอบของผู้เลือกใช้ เทียนของเรามีระยะเวลาในการจุดเพื่อสร้างความหอมได้ถึง 70-80 ชม. มีกลิ่นที่หาไม่ได้จากเทียนชนิดอื่น ขวดแก้วทำแบบใบต่อใบจากโรงงานของเมืองทัสคานี และฉลากสีทองที่ใช้วิธีการทำแบบโบราณเหมือนขวดแชมเปญของศตวรรษที่ 18 ซึ่งแน่นอน มันรวมถึงคุณภาพและประวัติที่มีมาอย่างยาวนาน คงไม่แปลกถ้าคุณจะเสียเงินจำนวนหนึ่งเพื่อแลกกับประวัติที่ยาวนานและเสน่ห์ของ Cire Trudon ที่หาไม่ได้จากที่ไหน”


ตัวยึดไส้เทียนสำหรับวางเป็นฐานด้านล่างของแก้วที่บรรจุเทียน


หนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของ Cire Trudon คือฉลากสีทองที่ใช้เทคนิคการทำเหมือนฉลากโบราณติดขวดแชมเปญโดยการรังสรรค์ของ Touhami หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการทำฉลาก


เทียนประเภทเทียนปั้นขึ้นรูป (Cire Trudon Bust)

เทียนแท่ง (Cire Trudon Pillar) ที่ต้องใช้เทคนิคการลงสีทองบนตราสัญลักษณ์แบบชิ้นต่อชิ้น

ในโรงงานผลิตเทียนของ Cire Trudon จะประกอบไปด้วยหญิงสาวที่มีความชำนาญในการทำเทียนในแต่ละประเภท โดยในปัจจุบัน Cire Trudon ได้เพิ่มไลน์ของเทียนประเภทเทียนปั้นขึ้นรูป (Cire Trudon Bust) ของบุคคลสำคัญของฝรั่งเศส และ เทียนแท่ง (Cire Trudon Pillar) ซึ่งเทคนิคการทำลักษณะนี้ต้องอาศัยฝีมือและการทำขั้นสูงเพื่อให้ได้เทียนปั้นที่มีลักษณะที่แตกต่างกัน หรือเทียนแท่งที่ต้องใช้ระยะเวลาในการขึ้นรูปรวมถึงเทคนิคการลงสีทองแบบชิ้นต่อชิ้นสำหรับตราสัญลักษณ์ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาต้องอยู่ในคุณภาพและได้มาตรฐานแบบ Cire Trudon


หัวใจหลักของการทำเทียนหอม คือ กลิ่นและกระบวนการผลิต Cire Trudon มีกลิ่นที่ได้รับความนิยม 10 กว่าชนิด ซึ่งแต่ละกลิ่นมีประวัติและเรื่องราวที่สอดคล้องกันไป ใช้ดอกไม้ ไม้หอม และ ส่วนผสมต่างๆในการรังสรรค์กลิ่น ในขณะเดียวกันทุกเทศกาลแห่งความสุข ก็จะมีเทียนกลิ่นใหม่ แพ็คเก็จที่แตกต่างกัน และมีจำนวนจำกัดอีกด้วย Cire Trudon ไม่เพียงแต่ยังคงรักษาศาสตร์ของการทำเทียนและความหอมที่ติดตรึงให้กับคุณ แต่ Cire Trudon เติมเต็มความงามให้กับโลกแห่งเทียนและเชื่อว่าจะยังคงอยู่เพื่อเต็มเติมเสน่ห์ให้กับโลกนี้ต่อไป

ขอบคุณภาพและข้อมูลบางส่วนจาก sarabrajovic.com และ billionaire.com

Candle Lifestyle

A Paris Chez Antoinette Poisson Pour Diptyque

ห้างดังของโลกอย่าง Liberty London ได้ให้นิยามเทียนหอมว่า “เทียนหอมเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของทุกช่วงเวลาแห่งความสุข” และวาเลนไทน์นี้ก็เช่นกัน เทียนหอมลักชัวรี่แบรนด์ดังจากทั่วโลก ทยอยผลิตกลิ่นที่สุดแสนจะโรแมนติกเอาใจคู่รักและผู้หลงใหลความหอมที่สุดแสนจะเย้ายวน แบรนด์ดังอย่าง Diptyque ที่มักจะมีคอลเลกชั่นลิมิเต็ด เอดิชั่น ต้อนรับวาเลนไทน์พร้อมกลิ่นดั้งเดิมอย่าง Rosa Mundi  ปีนี้ได้ร่วมมือกับสถาบัน Antoinette Poisson ของฝรั่งเศส ที่มีชื่อเสียงและด้านการทำและพิมพ์ลายกระดาษในรูปแบบดั้งเดิมของศตวรรษที่ 18 ออกแบบลวดลายของแก้วที่บรรจุเทียนกลิ่นนี้

 

กลิ่น Rosa Mundi อบอวลไปด้วยความหอมกลิ่นของกุหลาบมอญ และพิเศษด้วยกุหลาบสายพันธุ์เซนทิโฟเรียที่มีปลูกเฉพาะที่ฝรั่งเศสเท่านั้น รวมถึงสร้างความสมบูรณ์แบบด้วยกลิ่นของมะกรูดที่ทำให้รู้สึกสดชื่นในยามเช้า และหอมหวานด้วยกลิ่นกุหลาบในยามบ่าย ซึ่งล้วนเป็นเทคนิคและเสน่ห์ของการผสมกลิ่นเทียนที่สุดแสนจะแยบยล Diptyque เองไม่เพียงแต่รังสรรค์ความหอมที่มาพร้อมกับความโรแมนติกนี้เท่านั้น ลวดลายความสวยงามยังลามไปถึงกล่องและแพ็คเกจสุดพิเศษที่ทำให้ลวดลายแห่งความคลาสสิคของศตวรรษที่ 18 ได้กลับมาโลดแล่นบนโลกใบนี้อีกครั้ง

Rosa Mundi (2,950 บาท)