Monthly Archives

July 2017

History Lifestyle News RODIN Story Trend ฺBeauty

RODIN Olio Lusso : There is Beauty in Simplicity!

ฉันใช้ออยล์ของ Rodin Olio Lusso ซึ่งเหมาะกับผิวฉันมากและทำให้ผิวฉันกระจ่างใส ฉันใช้มันทุกส่วนของร่างกายเลยล่ะ / Chanel Iman

สาวนางแบบผิวสีชื่อดังของโลก เผยเคล็ดลับของการดูแลผิวด้วยออยล์ที่ดีที่สุดแบรนหนึ่งของโลก ออยล์และผลิตภัณฑ์จาก RODIN olio lusso คือความงามที่ยากจะหยุดพูดสรรพคุณได้ โดยส่วนผสมหลักของ Olio lusso ทำมาจากส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยถึง 11 ชนิด ที่ได้มาจากดอกไม้และพฤกษศาสตร์นานาพรรณ ผู้สร้างสรรค์อย่าง Linda Rodin หญิงสาววัย 60 ปีที่ใช้เวลานานกว่า 2 ปี ในการปรุงและหาศาสตร์ทุกชนิดเพื่อตอบสนองความงามของเธอเอง ผลลัพธ์คืออะไรนะเหรอ คำตอบสั้น ๆ “มันยอดเยี่ยม!” 


Linda Rodin หญิงสาววัย 60 เจ้าของแบรนด์ RODIN olio lusso


ออยล์คุณภาพดีจาก Rodin เป็นผลิตภัณฑ์ที่แทนความสง่างาม ลินดาเธอเล่าต่อว่า “ทุกวันที่ฉันต้องออกจากบ้าน ฉันแทบไม่ต้องใช้เวลามากเกินไปในการเตรียมตัว! และฉันชอบที่จะออกไปนอกบ้านในเวลาอันรวดเร็ว ” ผลิตภัณฑ์ที่ฉันคิดค้นทุกชนิดเป็นแบรนด์แห่งความงามตามธรรมชาติที่ถูกรังสรรค์ขึ้น และใครๆ ก็สามารถใช้ได้เพราะเหมาะสำหรับทุกวัยและคนที่ต้องการผิวชุ่มชื้นและผิวกระจ่างใส เคล็ดลับที่แสนจะง่าย คือใช้ RODIN olio lusso เพียงไม่กี่หยดบนใบหน้าที่สะอาดในยามเช้าและกลางคืนเท่านั้นเอง


หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของแบรนด์ RODIN olio lusso นั่นคือ Luxury Body oil

ฉันได้สร้าง RODIN olio lusso ออยล์ที่บริสุทธิ์และหรูหราที่สุดในโลก ด้วยการผลิตและฝีมือของการปรุงส่วนผสมชั้นยอด เพื่อให้มั่นใจว่ามีการใช้วัตถุดิบดิบที่ดีที่สุดเท่านั้นจริงๆ และแต่ละผลิตภัณฑ์จะทำตามสูตรที่แม่นยำและตรงตามมาตรฐานที่เข้มงวดของโดยฉันเท่านั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณจะได้รับจากแบรนด์ RODIN olio lusso จะมีแต่ความพิศมัย หรูหราและความงามที่สัมผัสได้จริง

 

ถึงแม้ลินดาเองจะเคยเป็นนักออกแบบแฟชั่นมานานกว่า 30 ปี ซึ่งอาจจะมองว่า เธอไม่ได้เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญด้านความงามเท่าใดนัก แต่แท้จริงแล้ว ก่อนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของเธอในปี 2007 เธอใช้เวลาปรับเปลี่ยนและผลันตัวเองไปเป็นผู้ประกอบการด้านความงามที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งของโลก มีสื่อหลายสำนักให้นิยามออยล์ตัวซิกเนเจอร์ของเธอว่าเป็นออยล์ที่หรูหราที่ขายได้ราคา 170 เหรียญต่อออนซ์ ซึ่งถือว่าเป็นผู้พลิกศาสตร์ของออยล์ที่ดีที่สุดของโลกแบรนด์หนึ่งเลยทีเดียว ผลพ่วงของความสำเร็จนี้ นำมาสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิเช่น น้ำมันหอมระเหย น้ำมันดูแลเส้นผม สบู่ ลิปบาล์ม น้ำหอม รวมถึงเทียนด้วย โดยในปัจจุบันเองเครือ Estée Lauder ได้เข้าซื้อกิจการของแบรนด์ Rodin Olio Lusso แล้ว เพื่อสร้างสรรค์และขยายช่องทางการจำหน่ายในวงกว้างมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นแบรนด์ Rodin Olio Lusso ลินดายังคงมีส่วนร่วมในฐานะผู้อำนวยการสร้างสรรค์เหมือนเดิม


ส่วนหนึ่งในไอเท็มที่กำลังได้รับความนิยมจาก RODIN olio lusso 

ออยล์สำหรับผิวหน้าของฉัน มีส่วนผสมที่ปลอดสารเคมี และเป็นส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ 11 มันทำให้ผิวของฉันดูกระจ่างขึ้น แน่นอนว่าฉันอยากแนะนำ Rodin / กวินเน็ธ พัลโทรว์

2 ไอเท็มที่กำลังได้รับความนิยมอย่างออยล์ดูแลเส้นผมและออยล์ดูแลผิวที่มีความหอมจากดอกมะลิหอมอ่อน ๆ ชะลอผิวและต่อต้านริ้วรอยด้วยส่วนผสมของอัลมอนด์ ซึ่งผลของการวิจัยพบว่ามันสร้างความชุ่มชื่น และออยล์ที่เป็นของเหลวเหล่านี้ ทำให้ผิวคุณเปล่งปลั่ง รวมถึงเส้นผมก็จะรู้สึกนุ่มนวลและพลิ้วไหวสุขภาพดีและเงางามอีกด้วย

“ฉันมองหาความงามที่ทำให้คนวัยอย่างฉันได้พบความสุข และฉันมองว่า มันคือสัจธรรมแห่งความงามที่ฉันค้นพบ มีผู้สูงอายุที่มีเงินใช้จ่ายแต่มักถูกมองข้าม และผลิตภัณฑ์ดีๆที่ตอบสนองความต้องการของวัยนี้ก็ลดน้อยลง ผลิตภัณฑ์ความงามออกแบบมาเพื่อคนเฉพาะวัย และทำให้ลูกค้ามองว่า ถึงวัยไหนก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์ของวัยนั้น ซึ่งไม่จริงเลย ยังมีสูตรความงามที่เป็นความลับอีกมากที่ยังไม่ถูกเผยแพร่ แต่หนึ่งในนั้นที่ออกสู่สายตาของคนทั่วโลกแล้ว คือ Rodin แบรนด์ของฉัน ที่มันถูกสร้างสรรค์มาเพื่อคนที่อายุหลากหลาย จะชายหรือหญิงก็ได้ ขอเพียงแค่คนที่ต้องการดูแลผิวพรรณของตัวเองเท่านั้น ซึ่งก็จริงอยู่ ที่ฉันยอมรับว่าผลิตภัณฑ์ของฉันอาจจะราคาสูง แต่มันนำมาซึ่ง คุณภาพดีและผลลัพธ์ที่ผู้ใช้จะสามารถสัมผัสได้จริง นี่คือความจริง ไม่ใช่โฆษณาชวนเชื่อ” ลินดากล่าว

ฉันอยากให้ไลฟ์สไตล์ที่ครอบคลุมทั้ง ความงาม แฟชั่น และการใช้ชีวิต คำนึงถึง คนสูงวัยด้วย ว่า เรามี Joan Didion สาววัย 80 ปี ที่มีแคมเปญโฆษณาของ Céline และ Joni Mitchell วัย 71 ปี ที่ Saint Laurent ต้องการตัว ซึ่งนั่นเป็นบทพิสูจน์ชี้ชัดว่า คนสูงวัยมีรสนิยมและความงามที่เป็นนิรันดร์ นี่ไม่รวมถึง Anjelica Huston, Catherine Deneuve, Charlotte Rampling และ Jessica Lange ด้วยนะ ที่หญิงสาวเหล่านี้วัยเกิน 60 แล้วทั้งนั้น


ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจากแบรนด์ RODIN olio lusso

“สิ่งที่ลินดาอยากให้ Rodin olio lusso เป็นผลิตภัณฑ์ที่ง่ายแต่ทรงคุณค่าสำหรับทุกคน เธอสร้างผลลัพธ์และความเชื่อที่ว่า คนที่ผิวผสมและผิวมันก็สามารถใช้ออยล์บำรุงผิวหน้าเฉกเช่นกับคนผิวแห้ง เธอสร้างและใช้ความชอบส่วนตัวในการหาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับตัวเธอ จนนำมาสู่ความสมบูรณ์แบบแก่ออยล์รูปทรงสุดคลาสสิค ซึ่งหมายถึงสไตล์ของเธอที่มีสัญชาตญาณแห่งความงาม จะมีใครเล่า ที่ใช้เวลาลองผิดลองถูกกับการคิดสูตรออยล์ทรงคุณค่าในห้องน้ำของตัวเองเป็นเวลาเกือบ 2 ปี จนเกิดเป็น RODIN olio lusso ในปี พ. ศ. 2550 ซึ่งหมายถึง “น้ำมันสุดหรูหรา” พร้อมให้เกียรติแก่อิตาลี ต้นกำเนิดความงามที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเธอ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ออยล์เล็กๆขวดนี้ จะนำผลลัพธ์ความงามที่ชะลอวัยและผิวที่เปล่งประกายมาสู่คุณ / POPDOT


คุณสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ของ RODIN olio lusso ได้ที่ https://oliolusso.com ขอบคุณรูปภาพบางส่วนจาก oliolusso.com / alderandcoshop / shopterrain

Fashion Story

ถ้าไม่ได้รู้จักฉัน โปรดอย่ามองว่าฉันเป็นอย่างที่คุณคิด : Bella Hadid

“ฉันเคยมองความรักเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเชื่อเสมอว่า ความรักบริสุทธิ์อาจจะเกิดขึ้นที่ใดก็ได้”

เชื่อว่า เบลล่า ฮาดิด อาจจะเป็นนางแบบดังระดับโลกที่ใครๆต่างรู้จัก ด้วยยอดฟอลโลเวอร์ในอินสตาแกรม 13.8 ล้าน บวกกับชื่อเสียงที่ผู้พี่อย่าง จีจี้ ฮาดิด และครอบครัวที่มีฐานะ ผลักดันให้น้องสาวขี้อายในวัยไม่ถึง 20 ปี กลายเป็นคนที่โด่งดัง และมีอิทธิพลทางด้านแฟชั่นคนนึงของโลก เบลล่า เติบโตมาในสภาพแวดล้อมของครอบครัวที่ให้ความรัก และความอบอุ่นรายล้อม เธอเป็นคนขี้อายและร่าเริงน้อยกว่าผู้เป็นพี่ แต่ในขณะเดียวกัน การอยู่คนเดียว นั่งคิดนั้นคิดนี่ เป็นสิ่งที่ทำให้เธอแตกต่างจากนางแบบหลายๆคน ความรักที่เข้ามาเติมเต็มในชีวิตเธอ กลายเป็นสิ่งใหม่ที่เธอมองว่า มันนำความสุขของช่วงเวลาของวัยรุ่นมาให้เธออย่างมหาศาล ในทางกลับกัน การลาจากก็นำความทุกข์อันใหญ่หลวงมาสู่ชีวิตเธอ

“มีหลายคน คิดว่าฉันอาจจะไม่ปกติ และคงเฮิร์ทหนัก กับการจากไปของอาเบล เทสเฟย์ ซึ่งฉันอยากบอกทุกคนว่า ถ้าไม่ได้รู้จักฉัน โปรดอย่ามองว่าฉันเป็นอย่างที่คุณคิด ฉันใช้ชีวิตปกติ เพียงแต่ให้เวลาตัวเองมากขึ้น ความสงบเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันหลุดพ้นจากข้อกล่าวหานั้น” เบลล่า ให้สัมภาษณ์นิตยสารแทบลอยด์เล่มหนึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

“ฉันเคยสงสัยว่า การที่ฉันไม่ได้ใช้ชีวิตแบบพี่สาว หรือเพื่อนนางแบบหลายๆคน ในขณะเดินทางไปร่วมเดินแบบให้กับแบรนด์ดังในช่วงเทศกาลของแฟชั่นวีค จะมีคนคิดว่าฉันแปลกประหลาด. ฉันเลือกที่จะอยู่กับเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คน นั่งอยู่ที่โบสถ์ที่ไม่มีชื่อเสียงสักที่ ในกรุงปารีส นั่งมองเด็กวัยรุ่นเล่นสเก็ตบอร์ด ขณะที่ในมือมีเพียงขนมน้อยชิ้นกับเครื่องดื่มแก้วโปรดที่ฉันชื่นชอบ ซึ่งนั่นก็เป็นการปลดปล่อยที่ดีอย่างหนึ่งแล้ว” เบลล่าล่าวเพิ่มเติม

“ฉันยอมรับว่าตัวเองเป็นคนที่ค่อนข้างคิดมาก กับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง และจริงจังกับอะไรหลายๆอย่าง ฉันทิ้งความฝันของการเป็นนักขี่ม้าที่ฉันชื่นชอบตั้งแต่เด็ก เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะมีผลต่อสุขภาพของฉัน การที่รับรู้ว่าตัวเองเป็นโรคไลม์ มันมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจฉันเหลือเกิน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลผลักดันให้ชีวิตของฉันต้องระวังผลกระทบต่อผิวหนัง ข้อต่อ หัวใจ และระบบประสาท จนทำให้ฉันวิตกและร้องไห้หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่คนมองฉันในแง่ลบ ไม่เคยรับรู้ข้อนี้เลย”

กำลังใจที่ดีที่สุดของเบลล่าคือ แม่ พี่สาว และน้องชาย ที่ส่งต่อให้เบลล่าเข้มแข็งและพร้อมเผชิญกับปัญหาของสาวที่จะก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่ เบลล่าต้องฉีดยาหลายเข็มต่อวัน ทานวิตามิน และยาปฏิชีวนะ เพื่อรักษาโรคไลม์ และยอมรับว่าการรักษาที่เข้มงวดนี้เริ่มจะส่งผลกับอาชีพนางแบบของเธอบ้างแล้ว “ใช่ มีหลายครั้งที่ฉันรู้สึกเบลอ และไม่สามารถทำอะไรได้ ในขณะรับการรักษา ยิ่งทุกครั้งที่จำเป็นต้องเดินทางไกล ฉันรู้สึกวิตกอยู่บ่อยครั้งว่า จะมีผลกระทบอะไรกับร่างกายฉันบ้าง แต่ก็เหมือนโชคช่วยได้ทุกครั้ง เพราะมันก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี” เธอกล่าว

“มีครั้งนึงที่ฉันเดินโชว์ให้กับ Michael Kors เพราะความผิดพลาดจากรองเท้าและความไม่ระวังของฉัน สื่อหลายสำนักยกหัวข้อ “Model of the year  เบลล่า ฮาดิด ล้มหน้าคว่ำ บนรันเวย์ขณะเดินแบบให้แบรนด์ดัง” ซึ่งฉันเชื่อเสมอว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ แต่คงไม่เท่ากับคนดังที่ผิดพลาดจากการหกล้มในครั้งนี้ ซึ่งฉันก็ได้แต่ทำใจและไม่โต้ตอบอะไร”

Nothing will ever beat this love❤️ I took off of work for the past 3 days to surprise my beautiful Oma in Holland on her birthday. She is going through the hardest struggle of her life battling cancer again but I know for a fact she is the strongest woman i have ever met. Today is my last day with my family here in Holland and the last thing I want to do is leave…But I will, so I can work my hardest and come back soon❤️‍❤️‍I love you @ansvandenherik @herik000 @joannvdherik @lizzyvdherik @ianvdherik @yolanda.hadid Times like these are so important to me and I wouldn’t give them up for the world Happy birthday Oma…Thank you for birthing and raising my perfect mother into the woman she is today #FamilyFirst #Eachothersfavorite

A post shared by Bella Hadid (@bellahadid) on

 

“ไม่มีอะไรที่เอาชนะความรักครั้งนี้ได้ ฉันหยุดงานสามวันเพื่อมาเซอร์ไพรส์วันเกิดให้คุณยายโอม่าที่เนเธอร์แลนด์ เพราะเธอต้องผ่านอุปสรรคที่ต้องต่อสู้กับโรคมะเร็ง และฉันรู้ว่าคุณยายเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา”

ในอีกหลายมุมที่เราแทบไม่เคยเห็นบทบาทของการเป็นลูกที่ดี หรือแม้กระทั้งหลานที่ดีจากเบลล่า ซึ่งความเป็นจริงแล้ว เธอทำหน้าที่นั้นได้อย่างดีเยี่ยม เธอจัดสรรเวลาที่ตัวเองสามารถทำได้ เพียงเพื่อไปเจอคุณยายในวันเกิดที่เนเธอแลนด์ เธอให้ความสำคัญกับคุณพ่อของเธอที่แทบจะไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไรนัก และข้อความสุดซึ้งที่ทำให้เห็นตัวตนของเธอที่แท้จริงมากขึ้น  “ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะมีเหตุผล นั่นคือคติของฉันในตอนนี้ค่ะ และฉันก็มีความสุขมากที่ได้อยู่ในจุดที่ฉันอยู่ตอนนี้ ฉันหวังว่าอีกไม่กี่ปี ฉันจะสามารถเริ่มขี่ม้าได้อีกครั้งและซื้อโรงม้าใหญ่ๆ นอกเมือง และฉันกับแม่ก็จะได้ไปขี่ม้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราต้องการ”

สิ่งต่างๆที่ผ่านมาในชีวิตที่เพิ่งจะเข้าสู่วัย 20 ปีของเบลล่า มันมากมายเหลือเกิน แต่เธอไม่เคยมองข้ามช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตนั้นไป “แฟนๆให้กำลังใจฉันอย่างเปี่ยมล้น เพื่อนสนิทที่มีไม่มากแต่ก็มีแต่ความปราถนาดีให้ฉัน ซึ่งนั่น เป็นเหตุผลที่ว่า ความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับปัญหาของฉัน โรคของฉัน หรือร่างกายของฉัน มันพังทลายหายไปทันที เมื่อได้รับกำลังใจเหล่านั้น” เราเอง ก็เชื่อว่า เธอจะเป็นหญิงสาวที่โตขึ้น และมีความสุขมากขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความสามารถที่เธอได้พยายามสร้างและเก็บออมอยู่นั้น จะเป็นแรงผลักดันให้เธอสานฝันสิ่งที่เธอต้องการได้ในเร็ววัน …

ขอบคุณภาพจาก นิตยสาร ELLE ฝรั่งเศส ฉบับเดือนพฤษภาคม 2017