Browsing Category

Fashion

Fashion History Lifestyle News ฺBeauty

Discover Lady Dior

นักออกแบบเสื้อผ้าชาวฝรั่งเศส  เกิดเมื่อปี ค.ศ.1905 นามว่า คริสเตียน ดิออร์ จับพลัดจับผลูเข้าสู่วงการ นักออกแบบแฟชั่น ในวัยถึง 33 ปี ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตนักออกแบบที่ช้าคนนึงของวงการแฟชั่นโลก แต่ผลงาน ของเขากลับได้รับการยอมรับจนถึงทุกวันนี้ ใครจะเชื่อว่า ชายหนุ่มที่เดินทางเข้าสู่ปารีสและเช่าบ้านอยู่กับเพื่อน เพื่อหางานทำ จะได้กลายมาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก พร้อมขนานนามว่า “Style Dictator” หรือนักออกแบบเผด็จการผู้เปลี่ยนทิศทางแฟชั่นโลก หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง

คริสเตียน ดิออร์ ในปี 1932


ลวดลาย “คานนาจ” อันเป็นเอกลักษณ์ของ คริสเตียน ดิออร์ ในปัจจุบันนั้น ก็มาจากเก้าอี้นโปเลียนที่ใช้หวายสานจนเกิดเป็นลวดลายทรงเราขาคณิตในงาน เปิดคอลเลคชั่นแรกของเขา

ดิออร์ถือว่าเป็นนักออกแบบ รุ่นแรกที่รุ่งโรจน์ที่สุดในยุคนั้น เขาได้สร้างแบรนด์ “ดิออร์” และออกคอลเลคชั่นแรกในชื่อ “นิว ลุค” ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ ยิ่งใหญ่ให้กับวงการแฟชั่นของฝรั่งเศส เพราะผลงานของเขาเน้นการออกแบบเสื้อผ้าที่หรูหรา ฟู่ฟ่าและกระโปรงบาน เสมือนสาวน้อยเริงร่าในสวนดอกไม้ ซึ่งแตกต่างจากยุคนั้นที่ยังคงเน้นเสื้อผ้าเรียบง่าย และถือว่าเป็นยุคตกต่ำที่สุดของ วงการแฟชั่นฝรั่งเศส จะถูกกล่าวขานถึงอย่างแพร่หลายได้มากในขณะนั้น ซึ่งลวดลาย “คานนาจ” อันเป็นเอกลักษณ์ของ คริสเตียน ดิออร์ ในปัจจุบันนั้น ก็มาจากเก้าอี้นโปเลียนที่ใช้หวายสานจนเกิดเป็นลวดลายทรงเราขาคณิตในงาน เปิดคอลเลคชั่นแรกของเขาในปี 1947 นั้นเอง


กระเป๋า รุ่น “เลดี้ ดิออร์” ติดลิสต์กระเป๋าหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก

คงต้องยกความดีความชอบให้กับดีไซเนอร์รุ่นลูกอย่าง จอห์น กัลลิอาโน่ ผู้อำนวยการสร้างสรรค์ ของดิออร์สมัยนั้น ที่นำลวดลาย “คานนาจ” มาสานต่อจนเกิดเป็นลายอันเป็นเอกลักษณ์ของ คริสเตียน ดิออร์ในปัจจุบัน ที่ทำให้กระเป๋า รุ่น “เลดี้ ดิออร์” ติดลิสต์กระเป๋าหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ตั้งแต่ปี 1996 จนล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน

รูปแบบของลาย “คานนาจ” ของ คริสเตียน ดิออร์ แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆที่สรรค์สร้างลายพิมพ์จนได้รับความนิยม แต่ของคริสเตียน ดิออร์ ลวดลายเกิดจากการบรรจงเย็บด้ายด้วยมือลงบนหนังแกะสีดำคุณภาพดี ให้เกิดลายทรง เรขาคณิตทับซ้อนนามว่า “คานนาจ” ซึ่งถือว่าเป็นงานฝีมือขั้นสูง ซึ่งลายเฉพาะของคริสเตียน ดิออร์ ที่ผู้เย็บจำ ต้องมีทักษะเป็นอย่างสูงในการทำ ช่างหนึ่งคนต้องใช้เวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำในการเย็บและประกอบ กระเป๋าเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้กระเป๋าของคริสเตียน ดิออร์ หนึ่งใบ ซึ่งความประณีตและละเอียดลออในการตัดเย็บ อหัวใจหลักของดิออร์ที่ยังคงนำมาปฏิบัติใช้จนถึงปัจจุบัน คุณลักษณะนี้เองที่ทำให้กระเป๋าของคริสเตียน ดิออร์ ใช้เทคนิคการเย็บแบบ “คานนาจ” เกือบทุกรุ่น


ไม่แปลกใจเลยที่กระเป๋าของคริสเตียน ดิออร์ หนึ่งใบ จะสร้างความ สง่างาม คงความคลาสสิคได้มากขนาดนี้  ดิออร์เคยกล่าวไว้ว่า

“เมื่อผมเริ่มต้นอาชีพนักออกแบบ เสื้อผ้าอาภรณ์ ผมหวังที่จะสร้างชุดสวยให้หญิงสาวทุกคนงดงาม สง่าน่าหลงใหล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหญิงสาว ผู้สวมชุดของผมนั้น จะเจิดจรัสเปล่งประกายและชุดนั้นจะยังสวยงามและคลาสสิคตลอดกาล”

และสิ่งที่ดิออร์หวังก็ สำเร็จผล ธุรกิจของ แบรนด์ คริสเตียน ดิออร์ ที่มีมูลค่ามหาศาลนี้ ขยายและเติบโตขึ้นทุกวัน รวมถึงสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ให้กับแบรนด์ในทุกๆปี

Fashion Story

ถ้าไม่ได้รู้จักฉัน โปรดอย่ามองว่าฉันเป็นอย่างที่คุณคิด : Bella Hadid

“ฉันเคยมองความรักเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเชื่อเสมอว่า ความรักบริสุทธิ์อาจจะเกิดขึ้นที่ใดก็ได้”

เชื่อว่า เบลล่า ฮาดิด อาจจะเป็นนางแบบดังระดับโลกที่ใครๆต่างรู้จัก ด้วยยอดฟอลโลเวอร์ในอินสตาแกรม 13.8 ล้าน บวกกับชื่อเสียงที่ผู้พี่อย่าง จีจี้ ฮาดิด และครอบครัวที่มีฐานะ ผลักดันให้น้องสาวขี้อายในวัยไม่ถึง 20 ปี กลายเป็นคนที่โด่งดัง และมีอิทธิพลทางด้านแฟชั่นคนนึงของโลก เบลล่า เติบโตมาในสภาพแวดล้อมของครอบครัวที่ให้ความรัก และความอบอุ่นรายล้อม เธอเป็นคนขี้อายและร่าเริงน้อยกว่าผู้เป็นพี่ แต่ในขณะเดียวกัน การอยู่คนเดียว นั่งคิดนั้นคิดนี่ เป็นสิ่งที่ทำให้เธอแตกต่างจากนางแบบหลายๆคน ความรักที่เข้ามาเติมเต็มในชีวิตเธอ กลายเป็นสิ่งใหม่ที่เธอมองว่า มันนำความสุขของช่วงเวลาของวัยรุ่นมาให้เธออย่างมหาศาล ในทางกลับกัน การลาจากก็นำความทุกข์อันใหญ่หลวงมาสู่ชีวิตเธอ

“มีหลายคน คิดว่าฉันอาจจะไม่ปกติ และคงเฮิร์ทหนัก กับการจากไปของอาเบล เทสเฟย์ ซึ่งฉันอยากบอกทุกคนว่า ถ้าไม่ได้รู้จักฉัน โปรดอย่ามองว่าฉันเป็นอย่างที่คุณคิด ฉันใช้ชีวิตปกติ เพียงแต่ให้เวลาตัวเองมากขึ้น ความสงบเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันหลุดพ้นจากข้อกล่าวหานั้น” เบลล่า ให้สัมภาษณ์นิตยสารแทบลอยด์เล่มหนึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

“ฉันเคยสงสัยว่า การที่ฉันไม่ได้ใช้ชีวิตแบบพี่สาว หรือเพื่อนนางแบบหลายๆคน ในขณะเดินทางไปร่วมเดินแบบให้กับแบรนด์ดังในช่วงเทศกาลของแฟชั่นวีค จะมีคนคิดว่าฉันแปลกประหลาด. ฉันเลือกที่จะอยู่กับเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คน นั่งอยู่ที่โบสถ์ที่ไม่มีชื่อเสียงสักที่ ในกรุงปารีส นั่งมองเด็กวัยรุ่นเล่นสเก็ตบอร์ด ขณะที่ในมือมีเพียงขนมน้อยชิ้นกับเครื่องดื่มแก้วโปรดที่ฉันชื่นชอบ ซึ่งนั่นก็เป็นการปลดปล่อยที่ดีอย่างหนึ่งแล้ว” เบลล่าล่าวเพิ่มเติม

“ฉันยอมรับว่าตัวเองเป็นคนที่ค่อนข้างคิดมาก กับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง และจริงจังกับอะไรหลายๆอย่าง ฉันทิ้งความฝันของการเป็นนักขี่ม้าที่ฉันชื่นชอบตั้งแต่เด็ก เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะมีผลต่อสุขภาพของฉัน การที่รับรู้ว่าตัวเองเป็นโรคไลม์ มันมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจฉันเหลือเกิน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลผลักดันให้ชีวิตของฉันต้องระวังผลกระทบต่อผิวหนัง ข้อต่อ หัวใจ และระบบประสาท จนทำให้ฉันวิตกและร้องไห้หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่คนมองฉันในแง่ลบ ไม่เคยรับรู้ข้อนี้เลย”

กำลังใจที่ดีที่สุดของเบลล่าคือ แม่ พี่สาว และน้องชาย ที่ส่งต่อให้เบลล่าเข้มแข็งและพร้อมเผชิญกับปัญหาของสาวที่จะก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่ เบลล่าต้องฉีดยาหลายเข็มต่อวัน ทานวิตามิน และยาปฏิชีวนะ เพื่อรักษาโรคไลม์ และยอมรับว่าการรักษาที่เข้มงวดนี้เริ่มจะส่งผลกับอาชีพนางแบบของเธอบ้างแล้ว “ใช่ มีหลายครั้งที่ฉันรู้สึกเบลอ และไม่สามารถทำอะไรได้ ในขณะรับการรักษา ยิ่งทุกครั้งที่จำเป็นต้องเดินทางไกล ฉันรู้สึกวิตกอยู่บ่อยครั้งว่า จะมีผลกระทบอะไรกับร่างกายฉันบ้าง แต่ก็เหมือนโชคช่วยได้ทุกครั้ง เพราะมันก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี” เธอกล่าว

“มีครั้งนึงที่ฉันเดินโชว์ให้กับ Michael Kors เพราะความผิดพลาดจากรองเท้าและความไม่ระวังของฉัน สื่อหลายสำนักยกหัวข้อ “Model of the year  เบลล่า ฮาดิด ล้มหน้าคว่ำ บนรันเวย์ขณะเดินแบบให้แบรนด์ดัง” ซึ่งฉันเชื่อเสมอว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ แต่คงไม่เท่ากับคนดังที่ผิดพลาดจากการหกล้มในครั้งนี้ ซึ่งฉันก็ได้แต่ทำใจและไม่โต้ตอบอะไร”

Nothing will ever beat this love❤️ I took off of work for the past 3 days to surprise my beautiful Oma in Holland on her birthday. She is going through the hardest struggle of her life battling cancer again but I know for a fact she is the strongest woman i have ever met. Today is my last day with my family here in Holland and the last thing I want to do is leave…But I will, so I can work my hardest and come back soon❤️‍❤️‍I love you @ansvandenherik @herik000 @joannvdherik @lizzyvdherik @ianvdherik @yolanda.hadid Times like these are so important to me and I wouldn’t give them up for the world Happy birthday Oma…Thank you for birthing and raising my perfect mother into the woman she is today #FamilyFirst #Eachothersfavorite

A post shared by Bella Hadid (@bellahadid) on

 

“ไม่มีอะไรที่เอาชนะความรักครั้งนี้ได้ ฉันหยุดงานสามวันเพื่อมาเซอร์ไพรส์วันเกิดให้คุณยายโอม่าที่เนเธอร์แลนด์ เพราะเธอต้องผ่านอุปสรรคที่ต้องต่อสู้กับโรคมะเร็ง และฉันรู้ว่าคุณยายเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา”

ในอีกหลายมุมที่เราแทบไม่เคยเห็นบทบาทของการเป็นลูกที่ดี หรือแม้กระทั้งหลานที่ดีจากเบลล่า ซึ่งความเป็นจริงแล้ว เธอทำหน้าที่นั้นได้อย่างดีเยี่ยม เธอจัดสรรเวลาที่ตัวเองสามารถทำได้ เพียงเพื่อไปเจอคุณยายในวันเกิดที่เนเธอแลนด์ เธอให้ความสำคัญกับคุณพ่อของเธอที่แทบจะไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไรนัก และข้อความสุดซึ้งที่ทำให้เห็นตัวตนของเธอที่แท้จริงมากขึ้น  “ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะมีเหตุผล นั่นคือคติของฉันในตอนนี้ค่ะ และฉันก็มีความสุขมากที่ได้อยู่ในจุดที่ฉันอยู่ตอนนี้ ฉันหวังว่าอีกไม่กี่ปี ฉันจะสามารถเริ่มขี่ม้าได้อีกครั้งและซื้อโรงม้าใหญ่ๆ นอกเมือง และฉันกับแม่ก็จะได้ไปขี่ม้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราต้องการ”

สิ่งต่างๆที่ผ่านมาในชีวิตที่เพิ่งจะเข้าสู่วัย 20 ปีของเบลล่า มันมากมายเหลือเกิน แต่เธอไม่เคยมองข้ามช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตนั้นไป “แฟนๆให้กำลังใจฉันอย่างเปี่ยมล้น เพื่อนสนิทที่มีไม่มากแต่ก็มีแต่ความปราถนาดีให้ฉัน ซึ่งนั่น เป็นเหตุผลที่ว่า ความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับปัญหาของฉัน โรคของฉัน หรือร่างกายของฉัน มันพังทลายหายไปทันที เมื่อได้รับกำลังใจเหล่านั้น” เราเอง ก็เชื่อว่า เธอจะเป็นหญิงสาวที่โตขึ้น และมีความสุขมากขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความสามารถที่เธอได้พยายามสร้างและเก็บออมอยู่นั้น จะเป็นแรงผลักดันให้เธอสานฝันสิ่งที่เธอต้องการได้ในเร็ววัน …

ขอบคุณภาพจาก นิตยสาร ELLE ฝรั่งเศส ฉบับเดือนพฤษภาคม 2017

Fashion History Lifestyle Royal Story Uncategorized

Launer Of London : The Queen Owns 200 Purses From This Brand

เราแอบเห็น Mia Tindall วัย 2 พรรษา เหลนของควีนเอลิซาเบธ ลูกสาวของ Zara Tindall (ลูกสาวของเจ้าหญิงแอนน์) ถือกระเป๋าแบรนด์ Launer ให้กับควีนเอลิซาเบท กับภาพราชวงศ์อังกฤษล่าสุด (ในภาพเฉลิมฉลองพระราชสมภพ 90 พรรษาของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2) จึงเริ่มจับใจความสำคัญได้แล้วว่ากระเป๋าแบรนด์ Launer นี้ ต้องไม่ธรรมดา

จะมีเพียงสักกี่คนที่สังเกตุเห็นว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 มักจะถือกระเป๋าสีดำบ้าง สีเบจ และครีมบ้างตามแต่ละโอกาสและงานที่พระองค์เสด็จ แต่รู้ไหมว่าแบรนด์ที่ท่านมีกระเป๋ามากกว่า 200 ใบนั้นคือแบรนด์ Launer of London


แบรนด์ Launer ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2484  โดยผลิตกระเป๋าถือหรูหราและทำจากหนังและวัสดุที่ดีที่สุดจากแหล่งผลิตที่เยี่ยมที่สุด ทำด้วยมือโดยช่างฝีมือที่มีทักษะสูงสุดเป็นอันดับต้นๆของอังกฤษ ซึ่ง Launer ถือว่าเป็นหัวหอกในการผลิตสินค้าของอังกฤษและสร้างชื่อเสียงให้กับอังกฤษจนถึงปัจจุบัน มรดกของความงามเหล่านี้ถูกสะสมและบ่มความปราณีตจนได้รับการยอมรับจากราชวงศ์ของอังกฤษเรื่อยมา และได้สร้างความน่าหลงใหลอันน่าพิศมัยให้กับสตรีในราชวงศ์และสาวสังคม จนปี พ. ศ. 2511 Launer ได้รับพระบรมราชูปถัมภ์จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ได้มอบเหรียญและตราสัญลักษณ์ของราชวงศอังกฤษที่ถือว่าเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ให้กับกระเป๋า Launer ซึ่งล้วนนำมาซึ่งความภาคภูมิใจให้กับแบรนด์สัญชาติอังกฤษที่มีความโดดเด่นนี้

มีหลายครั้งที่เรามักเห็นพระองค์ถือกระเป๋าใบเล็กหลากหลายสีสันตามวาระและโอกาสที่สำคัญจากแบรนด์ Launer แมทซ์คู่สีกับเดรสและรองเท้าคู่โปรด สื่อของอังกฤษเคยกล่าวว่า “พระองค์ไม่เคยละเลยเรื่องการแต่งฉลองพระองค์ และให้ความสำคัญกับภาระกิจประจำวันในการพบปะประชาชนหรืองานสังคมรวมถึงงานของราชวงศ์ มีสื่อหลากหลายสื่อเคยประเมิณกระเป๋าแบรนด์ launer ของพระองค์ว่า อาจจมีถึง 200 ใบ ซึ่งแน่นอนว่า มีความแตกต่างทั้งสีและขนาดไซส์ รวมถึงรูปแบบอีกด้วย”

ในพระราชพิธีที่สำคัญ กระเป๋าถือสีดำขนาดกำลังดี ทำจากหนังลูกวัวดูจะเป็นตัวเลือกแรกที่พระองค์ทรงวางพระทัย ด้วยลักษณะที่โดดเด่นของแบรนด์ Launer คือมีน้ำหนักเบา รูปทรงไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ถนัดมือรวมถึงมีหลากหลายช่องสำหรับใส่ของ ในวันพระราชพิธีเฉลิมฉลองพระราชสมภพ 90 พรรษาของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระองค์ฉลองพระองค์สีฟ้าแย้มพระสรวลสลับกับโบกพระหัตถ์ให้กับประชาชน ในขณะที่กระเป๋า Launer สีดำไซส์กลางถูกปรากฏอยู่ในภาพได้อย่างแยบยล นำมาซึ่งความประทับใจต่อผู้พบเห็นและเปรียบเสมือนตัวแทนผู้ทรงเกียรติของแบรนด์ Launer ก็คงไม่ผิดนัก

ปัจจุบัน กระเป๋า รุ่น Lucia ที่เป็นทรงคลาสสิคเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นของแบรนด์ Launer และทำสีออกมาตามคอลเลคชั่นในทุกๆปี รวมถึงมีหลากหลายขนาดให้เลือก ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงถือ ถัดมาคือรุ่น Juliet เป็นรุ่นทีไ่ด้รับความนิยมจากสาววัยทำงานและแฟชั่นนิสต้าทั่วโลก ซึ่งรุ่นนี้จะออกแบบมาในหลากหลายวัสดุ ทั้งหนังวัว หนังแก้ว รวมถึงหนังเอ็กโซติกอย่างหนังงูและหนังจระเข้ ซึ่งทุกรุ่นจะประทับโลหะสัญลักษณ์ Launer rope หรือลายเชือกวน ซึ่งปัจจุบันถือว่าแบรนด์ Launer ได้รับความสนใจจากบรรดาแฟชั่นนิสต้าของโลกแฟชั่น และมีแนวโน้มว่าราคาจะสูงขึ้นในทุกๆปีอีกด้วย แน่นอนว่ากระเป๋าแสนคลาสสิคตลอดกาลแบบนี้ย่อมคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป นอกจากความสุขที่ได้ครอบครองแล้วยังได้สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 การัณตีความคลาสสิคของแบรนด์นี้อีกด้วย จริงไหม

 

ความงามมักถูกส่งต่อโดยผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ และนำมาซึ่งตัวแทนสัญลักษณ์ของสิ่งนั้นๆ พระองค์คือตัวแทนของความสง่างาม เข็มแข็ง และเด็ดเดี่ยวในขณะเดียวกัน กระเป๋าถือสุดคลาสสิคเพียงหนึ่งใบสร้างประวัติศาสตร์ของโลกแฟชั่นได้อย่างน่าทึ่ง และกระเป๋าเพียงหนึ่งใบนี้พลิกประวัติศาสตร์ของอังกฤษไปสู่เสรีภาพของโลกแฟชั่นโลกได้อย่างเหลือเชื่อ แน่นอนว่าความภาคภูมิใจของกระเป๋าแบรนด์นี้ ล้วนมากจากความเป็นอังกฤษ 100% ซึ่งสมควรแล้วที่แบรนด์นี้ได้รับพระราชทานตราสัญลักษณ์และความภาคภูมิใจจากราชวงศ์ไปจนถึงความภาคภูมิใจของประชาชนชาวอังกฤษอีกด้วย / Popdot