Browsing Category

News

Art DIY News Story

Bird Postage

ศิลปินชาวโคลัมเบียนามว่า Diana Beltran Herrera ได้สร้างงานศิลปะจากกระดาษของนกในหลายๆสายพันธุ์มาตั้งแต่ปี 2012 โดย Herrera ได้ใช้ความสามารถด้านประติมากรรมกระดาษ ซึ่งแต่ละชิ้นจะเริ่มต้นด้วยการศึกษาพฤติกรรมของนกชนิดต่างๆทั่วโลก และที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของพวกนกเหล่านี้ ล่าสุด Herrera ได้ทำศิลปะกระดาษจากแสตมป์รูปนกที่ได้รับความนิยมจากนักสะสมทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือแสตมป์จากประเทศไทย หนึ่งในประเทศที่เธอชื่นชอบ ซึ่งทั้งหมดนี้เธอได้รวมเอาสแตมป์นกจากเอเชียและอเมริกาใต้ มารังสรรค์เป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชั่นของปีนี้ โดยมีสีสันและความสดใสรวมถึงรายละเอียดที่ประณีต

“ฉันมักรู้สึกถึงแรงบันดาลใจจากแสตมป์ซึ่งเปรียบเสมือนหน้าต่างเล็กๆที่บอกเล่าประเทศที่อยู่บนโลกนี้ โดยเฉพาะนกที่มีความพิเศษ ความสวยงาม และถิ่นอาศัยต่างๆ ที่ทำให้นกเหล่านั้นเปรียบเสมือนตัวแทนของประเทศที่มันอาศัยอยู่ แน่ละ นกเหล่านี้คือความงามที่แท้จริง และฉันได้เก็บรวบรวมความงามเหล่านั้นมารังสรรค์เป็นแสตมป์กระดาษที่สมจริงที่สุด เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนกเหล่านั้น”

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาคุณสามารถดูรูปประติมากรรมกระดาษ ดอกไม้ นก และผลไม้เพิ่มเติมได้จาก Instagram และ Facebook ของเธอ

Fashion History Lifestyle News ฺBeauty

Discover Lady Dior

นักออกแบบเสื้อผ้าชาวฝรั่งเศส  เกิดเมื่อปี ค.ศ.1905 นามว่า คริสเตียน ดิออร์ จับพลัดจับผลูเข้าสู่วงการ นักออกแบบแฟชั่น ในวัยถึง 33 ปี ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตนักออกแบบที่ช้าคนนึงของวงการแฟชั่นโลก แต่ผลงาน ของเขากลับได้รับการยอมรับจนถึงทุกวันนี้ ใครจะเชื่อว่า ชายหนุ่มที่เดินทางเข้าสู่ปารีสและเช่าบ้านอยู่กับเพื่อน เพื่อหางานทำ จะได้กลายมาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก พร้อมขนานนามว่า “Style Dictator” หรือนักออกแบบเผด็จการผู้เปลี่ยนทิศทางแฟชั่นโลก หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง

คริสเตียน ดิออร์ ในปี 1932


ลวดลาย “คานนาจ” อันเป็นเอกลักษณ์ของ คริสเตียน ดิออร์ ในปัจจุบันนั้น ก็มาจากเก้าอี้นโปเลียนที่ใช้หวายสานจนเกิดเป็นลวดลายทรงเราขาคณิตในงาน เปิดคอลเลคชั่นแรกของเขา

ดิออร์ถือว่าเป็นนักออกแบบ รุ่นแรกที่รุ่งโรจน์ที่สุดในยุคนั้น เขาได้สร้างแบรนด์ “ดิออร์” และออกคอลเลคชั่นแรกในชื่อ “นิว ลุค” ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ ยิ่งใหญ่ให้กับวงการแฟชั่นของฝรั่งเศส เพราะผลงานของเขาเน้นการออกแบบเสื้อผ้าที่หรูหรา ฟู่ฟ่าและกระโปรงบาน เสมือนสาวน้อยเริงร่าในสวนดอกไม้ ซึ่งแตกต่างจากยุคนั้นที่ยังคงเน้นเสื้อผ้าเรียบง่าย และถือว่าเป็นยุคตกต่ำที่สุดของ วงการแฟชั่นฝรั่งเศส จะถูกกล่าวขานถึงอย่างแพร่หลายได้มากในขณะนั้น ซึ่งลวดลาย “คานนาจ” อันเป็นเอกลักษณ์ของ คริสเตียน ดิออร์ ในปัจจุบันนั้น ก็มาจากเก้าอี้นโปเลียนที่ใช้หวายสานจนเกิดเป็นลวดลายทรงเราขาคณิตในงาน เปิดคอลเลคชั่นแรกของเขาในปี 1947 นั้นเอง


กระเป๋า รุ่น “เลดี้ ดิออร์” ติดลิสต์กระเป๋าหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก

คงต้องยกความดีความชอบให้กับดีไซเนอร์รุ่นลูกอย่าง จอห์น กัลลิอาโน่ ผู้อำนวยการสร้างสรรค์ ของดิออร์สมัยนั้น ที่นำลวดลาย “คานนาจ” มาสานต่อจนเกิดเป็นลายอันเป็นเอกลักษณ์ของ คริสเตียน ดิออร์ในปัจจุบัน ที่ทำให้กระเป๋า รุ่น “เลดี้ ดิออร์” ติดลิสต์กระเป๋าหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ตั้งแต่ปี 1996 จนล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน

รูปแบบของลาย “คานนาจ” ของ คริสเตียน ดิออร์ แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆที่สรรค์สร้างลายพิมพ์จนได้รับความนิยม แต่ของคริสเตียน ดิออร์ ลวดลายเกิดจากการบรรจงเย็บด้ายด้วยมือลงบนหนังแกะสีดำคุณภาพดี ให้เกิดลายทรง เรขาคณิตทับซ้อนนามว่า “คานนาจ” ซึ่งถือว่าเป็นงานฝีมือขั้นสูง ซึ่งลายเฉพาะของคริสเตียน ดิออร์ ที่ผู้เย็บจำ ต้องมีทักษะเป็นอย่างสูงในการทำ ช่างหนึ่งคนต้องใช้เวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำในการเย็บและประกอบ กระเป๋าเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้กระเป๋าของคริสเตียน ดิออร์ หนึ่งใบ ซึ่งความประณีตและละเอียดลออในการตัดเย็บ อหัวใจหลักของดิออร์ที่ยังคงนำมาปฏิบัติใช้จนถึงปัจจุบัน คุณลักษณะนี้เองที่ทำให้กระเป๋าของคริสเตียน ดิออร์ ใช้เทคนิคการเย็บแบบ “คานนาจ” เกือบทุกรุ่น


ไม่แปลกใจเลยที่กระเป๋าของคริสเตียน ดิออร์ หนึ่งใบ จะสร้างความ สง่างาม คงความคลาสสิคได้มากขนาดนี้  ดิออร์เคยกล่าวไว้ว่า

“เมื่อผมเริ่มต้นอาชีพนักออกแบบ เสื้อผ้าอาภรณ์ ผมหวังที่จะสร้างชุดสวยให้หญิงสาวทุกคนงดงาม สง่าน่าหลงใหล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหญิงสาว ผู้สวมชุดของผมนั้น จะเจิดจรัสเปล่งประกายและชุดนั้นจะยังสวยงามและคลาสสิคตลอดกาล”

และสิ่งที่ดิออร์หวังก็ สำเร็จผล ธุรกิจของ แบรนด์ คริสเตียน ดิออร์ ที่มีมูลค่ามหาศาลนี้ ขยายและเติบโตขึ้นทุกวัน รวมถึงสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ให้กับแบรนด์ในทุกๆปี

History Lifestyle News RODIN Story Trend ฺBeauty

RODIN Olio Lusso : There is Beauty in Simplicity!

ฉันใช้ออยล์ของ Rodin Olio Lusso ซึ่งเหมาะกับผิวฉันมากและทำให้ผิวฉันกระจ่างใส ฉันใช้มันทุกส่วนของร่างกายเลยล่ะ / Chanel Iman

สาวนางแบบผิวสีชื่อดังของโลก เผยเคล็ดลับของการดูแลผิวด้วยออยล์ที่ดีที่สุดแบรนหนึ่งของโลก ออยล์และผลิตภัณฑ์จาก RODIN olio lusso คือความงามที่ยากจะหยุดพูดสรรพคุณได้ โดยส่วนผสมหลักของ Olio lusso ทำมาจากส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยถึง 11 ชนิด ที่ได้มาจากดอกไม้และพฤกษศาสตร์นานาพรรณ ผู้สร้างสรรค์อย่าง Linda Rodin หญิงสาววัย 60 ปีที่ใช้เวลานานกว่า 2 ปี ในการปรุงและหาศาสตร์ทุกชนิดเพื่อตอบสนองความงามของเธอเอง ผลลัพธ์คืออะไรนะเหรอ คำตอบสั้น ๆ “มันยอดเยี่ยม!” 


Linda Rodin หญิงสาววัย 60 เจ้าของแบรนด์ RODIN olio lusso


ออยล์คุณภาพดีจาก Rodin เป็นผลิตภัณฑ์ที่แทนความสง่างาม ลินดาเธอเล่าต่อว่า “ทุกวันที่ฉันต้องออกจากบ้าน ฉันแทบไม่ต้องใช้เวลามากเกินไปในการเตรียมตัว! และฉันชอบที่จะออกไปนอกบ้านในเวลาอันรวดเร็ว ” ผลิตภัณฑ์ที่ฉันคิดค้นทุกชนิดเป็นแบรนด์แห่งความงามตามธรรมชาติที่ถูกรังสรรค์ขึ้น และใครๆ ก็สามารถใช้ได้เพราะเหมาะสำหรับทุกวัยและคนที่ต้องการผิวชุ่มชื้นและผิวกระจ่างใส เคล็ดลับที่แสนจะง่าย คือใช้ RODIN olio lusso เพียงไม่กี่หยดบนใบหน้าที่สะอาดในยามเช้าและกลางคืนเท่านั้นเอง


หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของแบรนด์ RODIN olio lusso นั่นคือ Luxury Body oil

ฉันได้สร้าง RODIN olio lusso ออยล์ที่บริสุทธิ์และหรูหราที่สุดในโลก ด้วยการผลิตและฝีมือของการปรุงส่วนผสมชั้นยอด เพื่อให้มั่นใจว่ามีการใช้วัตถุดิบดิบที่ดีที่สุดเท่านั้นจริงๆ และแต่ละผลิตภัณฑ์จะทำตามสูตรที่แม่นยำและตรงตามมาตรฐานที่เข้มงวดของโดยฉันเท่านั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณจะได้รับจากแบรนด์ RODIN olio lusso จะมีแต่ความพิศมัย หรูหราและความงามที่สัมผัสได้จริง

 

ถึงแม้ลินดาเองจะเคยเป็นนักออกแบบแฟชั่นมานานกว่า 30 ปี ซึ่งอาจจะมองว่า เธอไม่ได้เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญด้านความงามเท่าใดนัก แต่แท้จริงแล้ว ก่อนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของเธอในปี 2007 เธอใช้เวลาปรับเปลี่ยนและผลันตัวเองไปเป็นผู้ประกอบการด้านความงามที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งของโลก มีสื่อหลายสำนักให้นิยามออยล์ตัวซิกเนเจอร์ของเธอว่าเป็นออยล์ที่หรูหราที่ขายได้ราคา 170 เหรียญต่อออนซ์ ซึ่งถือว่าเป็นผู้พลิกศาสตร์ของออยล์ที่ดีที่สุดของโลกแบรนด์หนึ่งเลยทีเดียว ผลพ่วงของความสำเร็จนี้ นำมาสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิเช่น น้ำมันหอมระเหย น้ำมันดูแลเส้นผม สบู่ ลิปบาล์ม น้ำหอม รวมถึงเทียนด้วย โดยในปัจจุบันเองเครือ Estée Lauder ได้เข้าซื้อกิจการของแบรนด์ Rodin Olio Lusso แล้ว เพื่อสร้างสรรค์และขยายช่องทางการจำหน่ายในวงกว้างมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นแบรนด์ Rodin Olio Lusso ลินดายังคงมีส่วนร่วมในฐานะผู้อำนวยการสร้างสรรค์เหมือนเดิม


ส่วนหนึ่งในไอเท็มที่กำลังได้รับความนิยมจาก RODIN olio lusso 

ออยล์สำหรับผิวหน้าของฉัน มีส่วนผสมที่ปลอดสารเคมี และเป็นส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ 11 มันทำให้ผิวของฉันดูกระจ่างขึ้น แน่นอนว่าฉันอยากแนะนำ Rodin / กวินเน็ธ พัลโทรว์

2 ไอเท็มที่กำลังได้รับความนิยมอย่างออยล์ดูแลเส้นผมและออยล์ดูแลผิวที่มีความหอมจากดอกมะลิหอมอ่อน ๆ ชะลอผิวและต่อต้านริ้วรอยด้วยส่วนผสมของอัลมอนด์ ซึ่งผลของการวิจัยพบว่ามันสร้างความชุ่มชื่น และออยล์ที่เป็นของเหลวเหล่านี้ ทำให้ผิวคุณเปล่งปลั่ง รวมถึงเส้นผมก็จะรู้สึกนุ่มนวลและพลิ้วไหวสุขภาพดีและเงางามอีกด้วย

“ฉันมองหาความงามที่ทำให้คนวัยอย่างฉันได้พบความสุข และฉันมองว่า มันคือสัจธรรมแห่งความงามที่ฉันค้นพบ มีผู้สูงอายุที่มีเงินใช้จ่ายแต่มักถูกมองข้าม และผลิตภัณฑ์ดีๆที่ตอบสนองความต้องการของวัยนี้ก็ลดน้อยลง ผลิตภัณฑ์ความงามออกแบบมาเพื่อคนเฉพาะวัย และทำให้ลูกค้ามองว่า ถึงวัยไหนก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์ของวัยนั้น ซึ่งไม่จริงเลย ยังมีสูตรความงามที่เป็นความลับอีกมากที่ยังไม่ถูกเผยแพร่ แต่หนึ่งในนั้นที่ออกสู่สายตาของคนทั่วโลกแล้ว คือ Rodin แบรนด์ของฉัน ที่มันถูกสร้างสรรค์มาเพื่อคนที่อายุหลากหลาย จะชายหรือหญิงก็ได้ ขอเพียงแค่คนที่ต้องการดูแลผิวพรรณของตัวเองเท่านั้น ซึ่งก็จริงอยู่ ที่ฉันยอมรับว่าผลิตภัณฑ์ของฉันอาจจะราคาสูง แต่มันนำมาซึ่ง คุณภาพดีและผลลัพธ์ที่ผู้ใช้จะสามารถสัมผัสได้จริง นี่คือความจริง ไม่ใช่โฆษณาชวนเชื่อ” ลินดากล่าว

ฉันอยากให้ไลฟ์สไตล์ที่ครอบคลุมทั้ง ความงาม แฟชั่น และการใช้ชีวิต คำนึงถึง คนสูงวัยด้วย ว่า เรามี Joan Didion สาววัย 80 ปี ที่มีแคมเปญโฆษณาของ Céline และ Joni Mitchell วัย 71 ปี ที่ Saint Laurent ต้องการตัว ซึ่งนั่นเป็นบทพิสูจน์ชี้ชัดว่า คนสูงวัยมีรสนิยมและความงามที่เป็นนิรันดร์ นี่ไม่รวมถึง Anjelica Huston, Catherine Deneuve, Charlotte Rampling และ Jessica Lange ด้วยนะ ที่หญิงสาวเหล่านี้วัยเกิน 60 แล้วทั้งนั้น


ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจากแบรนด์ RODIN olio lusso

“สิ่งที่ลินดาอยากให้ Rodin olio lusso เป็นผลิตภัณฑ์ที่ง่ายแต่ทรงคุณค่าสำหรับทุกคน เธอสร้างผลลัพธ์และความเชื่อที่ว่า คนที่ผิวผสมและผิวมันก็สามารถใช้ออยล์บำรุงผิวหน้าเฉกเช่นกับคนผิวแห้ง เธอสร้างและใช้ความชอบส่วนตัวในการหาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับตัวเธอ จนนำมาสู่ความสมบูรณ์แบบแก่ออยล์รูปทรงสุดคลาสสิค ซึ่งหมายถึงสไตล์ของเธอที่มีสัญชาตญาณแห่งความงาม จะมีใครเล่า ที่ใช้เวลาลองผิดลองถูกกับการคิดสูตรออยล์ทรงคุณค่าในห้องน้ำของตัวเองเป็นเวลาเกือบ 2 ปี จนเกิดเป็น RODIN olio lusso ในปี พ. ศ. 2550 ซึ่งหมายถึง “น้ำมันสุดหรูหรา” พร้อมให้เกียรติแก่อิตาลี ต้นกำเนิดความงามที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเธอ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ออยล์เล็กๆขวดนี้ จะนำผลลัพธ์ความงามที่ชะลอวัยและผิวที่เปล่งประกายมาสู่คุณ / POPDOT


คุณสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ของ RODIN olio lusso ได้ที่ https://oliolusso.com ขอบคุณรูปภาพบางส่วนจาก oliolusso.com / alderandcoshop / shopterrain

Lifestyle News Story

Magical Mascarpone

Mimi Thorisson สาวนักทำอาหารและขนมชื่อดัง ที่เคยเป็นนางแบบ แต่กลับไปใช้ชีวิตชนบทหลังจากแต่งงานและเรียนรู้การเป็นแม่บ้านเคยให้นิยามของครีม Mascapone ว่า “เมื่อคิดว่าจะทำขนมสักหนึ่งชิ้น สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ มาสคาร์โปน มันวิเศษ และมีความธรรมชาติที่สุด”

เนยแข็งมาส์คาร์โปน (Mascarpone) นี้เป็นเนยแข็งชนิดสดที่ทำจากนมวัวเกือบ 100% ดั้งเดิมเนยชนิดนี้เป็นที่ขึ้นชื่อของเขต ลอมบาร์ดี ประเทศอิตาลี  ความพิเศษสุดของครีมมาส์คาร์โปน คือ จะไม่จับตัวเป็นก้อนแข็ง แต่จะเหมือนครีมข้นที่ตีฟู เนื้อละเอียด สี งาช้าง มีรสหวานจากน้ำตาลแล็กโทสในน้ำนม จึงนิยมนำมาทำของหวานหรือผสมกับผลไม้ แต่ในเขต ฟรีอูลี จะผสมเนยแข็งมาส์คาร์โปนกับแอนโชวีหรือปลาเค็ม ผสมกับมัสตาร์ด และเครื่องเทศอื่นๆ เป็นอาหารจานเด่นของเขตนี้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วคนจะนิยมนำครีมมาส์คาร์โปนมาทำเป็นส่วนผสมของขนมหวานมากกว่าความง่ายและพิเศษของเนยครีมชนิดนี้จึงเป็นส่วนประกอบสำคัญของขนมหวานทั่วโลก ที่จะเห็นได้ชัด้ลย อย่าง ทีรามิสุ ที่ต้องใช้ครีมมาสคาร์โปนเป็นส่วนผสมหลักเท่านั้นจึงจะได้รสชาติแบบขนมอิตาเลียนแท้ๆ ด้วยความง่ายของครีมชนิดนี้ที่ไม่ต้องเสียเวลาในการทำหรือผสมหลายสิ่งอย่างให้ยุ่งยาก จึงทำให้ขนมหลากหลายเมนูล้วนมีส่วนผสมหลักของราชินีแห่งชีสนี้เข้าไว้ในเมนูนั้นๆ

ผู้เขียนเอง มักลองทำทาร์ตผลไม้สดอยู่บ่อยๆ โดยใช้ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่สามารถหาซื้อได้ง่าย นำมาเป็นส่วนประกอบ และบดแครกเกอร์เพื่อทำเป็นแป้งทาร์ตทานเองที่บ้านอยู่บ่อยๆ หรือบางทีในส่วนผสมของแครกเกอร์นั้นๆ ก็จะมีวัตถุดิบที่มีในช่วงนั้นๆนำมาผสมเพื่อให้รสชาติแตกต่างออกไป ดังในภาพแครกเกอร์สำหรับทำแป้งทาร์ตมีผลไม้แห้งอย่างแครนเบอร์รี่ ที่ได้มาจากประเทศรัสเซีย ซึ่งให้ความหวานและความหนึบของเนื้อแครนเบอร์รี่แห้ง ซึ่งสามารถหาผลไม้แห้งตระกูลอื่นๆนำมาเป็นส่วนผสมในแป้งได้ง่ายๆตามความเหมาะสม

ส่วนผลไม้นั้น แล้วแต่ความชอบเลยว่าชอบผลไม้ชนิดไหน เพราะมาสคาร์โปน รสชาติหลักของครีมชนิดนี้คือนม จึงทำให้รสชาติของผลไม้ที่จะทานคู่นั้น ควรเป็นผลไม้มีที่มีชาติหวานเปรี้ยวกำลังดี ไม่ควรเปรี้ยวมาก หรือหวานมากจนเกินไป จะทำให้ไม่ได้รสของส่วนผวมแต่ละชนิด บางเมนู มะม่วงสุกกลับเป็นผลไม้ที่ลงตัวกับครีมมาสคาร์โปน แต่ในบางเวลาลำใย ลิ้นจี่ มักทำลายรสชาติของครีมชนิดนี้เช่นกัน

อีกหนึ่งสิ่งที่คือความพิเศษของครีมชีสชนิดนี้คือรสชาติ ที่แตกต่างจากชีสทั่วไปที่มักจะนำด้วยรสเปรี้ยวเป็นหลัก แต่ชีสมาสคาร์โปนแตกต่างจากชีสชนิดอื่นๆตรงที่ รสชาติมีความละมุน หวานนิดๆจากน้ำตาลแล็กโทสในน้ำนม จึงทำให้มีรสชาติกลมกล่อม หากผสมความหวานของน้ำผึ้ง แต่งกลิ่นด้วยฝักของก้านวานิลา ก็จะเกิดกลิ่นและรสชาติที่แปลกออกไป แต่ล้วนนำมาซึ่งรสชาติที่ดีของการทำขนมทั้งสิ้น

ความสนุกของการทำขนมหวานทานเอง คือการใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ได้รังสรรค์ ได้ตกแต่งหรือได้รสชาติของขนมที่ตัวเองอยากได้ เหนือสิ่งอื่นใด เกินความคาดหมาย ขนมชนิดนั้นๆที่ทำบ่อย อาจจะกลายเป็นรายได้หรือทำให้รู้กับตัวเองว่า “ความสุขของการทำขนมอาจจะเป็นอีกหนึ่งงานอดิเรกที่ตัวเองก็ชอบ” ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล มันคือการต่อยอดความสุขของตนเองในแต่ละวัน ซึ่งผลพวงแห่งความสุขนี้ ล้วนเกิดจากการเรียนรู้และพร้อมจะทำความรู้จักในทุกๆสิ่งที่เราไม่เคยทดลองหรือลองทำ อย่างในวันนี้ก็เช่นกัน ใครเลยจะรู้ว่า “มาสคาร์โปน” เป็นอีกหนึ่งความอัศจรรย์ของส่วนผสมในขนมที่เราสามารถครีเอทเมนูขนมหวานอะไรได้ง่ายๆและควรมีติดบ้าน และท้ายสุดนี้ ครีมใดๆไหนเลยจะสู้ ครีม “มาสคาร์โปน”

อ่านแล้ว อยากลองทำทาร์ตทานเองสักถาดสองถาดไหมครับ?