Browsing Category

Love

Fashion History Lifestyle Love News Trend

The story of fornasetti

นี่ๆ รู้จัก นักร้องโอเปร่าสาวลึกลับที่ชื่อว่า Lina Cavalieri หรือเปล่า? คำถามนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าเรารู้จัก Piero Fornasetti ศิลปินนักออกแบบตกแต่งภายในชาวอิตาลี่ดี

Piero Fornasetti
Piero Fornasetti (10 November 1913 – 9 October 1988)


แต่ก่อนแต่ไร Fornasetti ก็ไม่ได้เป็นใครสักคน ที่คิดว่าสักวัน จะกลายเป็นมหากาพย์แห่งวงการการออกแบบตกแต่งระดับโลก ที่มีผลงานสร้างชื่อระดับมาสเตอร์พีชมากมาย หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น ใบหน้านักร้องโอเปร่าสาวลึกลับที่ชื่อว่า Lina Cavalieri ที่ Fornasetti เองได้สร้างและออกแบบลวดลายต่างๆจากใบหน้าของเธอมากกว่า 350 แบบ จนเป็นลายใบหน้าที่เป็นต้นแบบที่ทำให้คนรู้จักแบรนด์ Fornasetti ไปทั่วโลกและหวังจะได้ครอบครองผลงานของเขาสักชิ้น

ใบหน้านักร้องโอเปร่าสาวลึกลับที่ชื่อว่า Lina Cavalieri ที่ Fornasetti
เองได้สร้างและออกแบบลวดลายต่างๆ
จากใบหน้าของเธอมากกว่า 350 แบบ
Lina Cavalieri ที่ Fornasetti กับลวดลายใหม่จาก Barnaba Fornasetti
การเพนท์ลายงานลงวัสดุที่สามารถเพนท์ลายได้เช่น โต๊ะ เก้าอี้ มู่ลี่ รวมทั้งเซรามิคเนื้อดี

จากหนุ่มนักออกแบบที่มีเอกลักษณ์ของการเพนท์ลายงานลงวัสดุที่สามารถเพนท์ลายได้เช่น โต๊ะ เก้าอี้ มู่ลี่ รวมทั้งเซรามิคเนื้อดี จนทำให้คนพูดถึงกันปากต่อปากและเป็นที่มาของการหางานดีไซน์ Tema e Variazion ของ Fornasetti กันทั่ว นี่ยังไม่รวมหนังสือออกแบบ นิตยสารตกแต่งบ้านทุกหัว ก็ต้องเคยมีงานของ Fornasetti ประดับอยู่ในเล่มมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งก็คงไม่แปลกอะไรถ้า Fornasetti จะได้สิทธินั้น รวมถึงหลังจากที่เขาไปจากโลกนี้ไปผลงานเพนท์มือเหล่านั้น คงเดาได้ไม่ยาก ว่าจะมีมูลค่าเท่าไร

 

Barnaba Fornasetti บุตรชายของ  Piero Fornasetti ที่สานต่อเจตตนารมณ์ของพ่อด้วยผลงานต่างๆจนถึงปัจจุบัน

แต่ความทรงจำก็ไม่ใช่จะเป็นความทรงจำเสมอ การส่งต่อความรักและจิตวิญญาณของผู้ให้อย่างพ่อที่มีต่อลูก ยังคงแทรกซึมสู่ Barnaba Fornasetti บุตรชาย ที่สานต่อเจตนารมณ์ของผู้เป็นพ่อ สร้างสรรค์ผลงานจากลวดลายเก่าของพ่อ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น รวมถึงผสมผสานความกบฏ อารมณ์ของการเสียดสี อย่างเช่น ผลงานเซรามิก งานกระจก งานไม้ เครื่องหอม และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่มีรูปแบบที่แปลกตาไป แต่ยังคงมีกลิ่นอายเกือบ 100% ของผู้เป็นพ่อ หนึ่งในนั้นคือคอลเลคชั่นของเครื่องหอมอย่าง Architettura Candle เทียนหอมหลากหลายกลิ่น ที่สอดคล้องกับลวดลายบนโถเซรามิกและฝา สร้างเสน่ห์ให้กับบ้าน สามารถตกแต่งให้เข้ากับกับบ้านได้ทุกสไตล์ และกลินที่เป็นเอกลักษณ์ อย่าง เครื่องเทศ ผลส้ม ถึงแม้ว่าสินค้าของเขาจะเป็นลายโรมัน ลายคลาสสิคบ้าง แต่ด้วยสีสันที่ใช้เป็นสีขาวดำ รูปทรงและลวดลายถูกตัดทอนลงจึงไม่เยอะจนเกินไป ผลงานของเขาส่วนมากเป็นงานเซรามิคจึงทำให้ไปตกแต่งกับบ้านคลาสสิคหรืออยู่บ้านโมเดิร์นก็ได้ โดยทำให้ลุคโดยรวมดูกลมกลืน ไม่แข็งกระด่างและดูมีดีเทลของบ้านมากกว่าเดิมอีกเท่าตัว รู้งี้ สมควรมีสักชิ้นสองชิ้นไหม?

Lifestyle Love Story Travel Uncategorized

Norway in a nutshell

ฉันชอบเดินทางและท่องเที่ยวในโลกกว้าง และแน่นอนบางทีสถานที่สุดท้ายที่ฉันอยากใช้ชีวิตอยู่ที่นั้น คือ นอร์เวย์” Eva Green นักแสดงและนางแบบชื่อดังชาวฝรั่งเศสเคยกล่าวไว้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเยือนดินแดนแห่งพระอาทิตย์เที่ยงคืน ที่คู่รักจากทั่วโลกต่างต้องการค้นหาและสัมผัสเส้นทางสุดโรแมนติกของโลกอย่าง Norway in a nutshell

บริเวณท่าเรือกลางเมืองออสโลหนึ่งในสถานที่ได้รับความนิยมในช่วงวันหยุดของประเทศนอร์เวย์ ออสโลถูกจัดให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดเป็นอันดับต้นๆของโลก 

หลังจากใช้เวลาเกือบ 12 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯมาถึงกรุงออสโล สนามบิน Gardermoen ทันทีที่ออกจากสนามบินก็สัมผัสกับอากาศหนาวเย็นของเมืองออสโล ที่ทำให้ฉุกคิดได้ว่า คู่รักต่างชาติหลายคู่ที่เดินออกมาพร้อมๆกับผม อาศัยจังหวะของการปรับตัวความหนาวนี้กอดกันอย่างกลมกลืน สร้างโรแมนติกแรกของปลายตุลาคมได้อย่างแยบยล ความลงตัวของการเดินทางในประเทศนอร์เวย์นี้ทำให้อะไรๆก็ดูง่ายไปหมด เราใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที จากสนามบิน โดยการขึ้นรถไฟเข้าสู่กลางเมืองออสโล อดีตศูนย์กลางของชาวไวกิ้งโบราณ ที่ปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดเมืองหนึ่งของโลก เมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสถาปัตยกรรม งานศิลปะ งานดีไซน์ ที่มีชื่อแห่งหนึ่งของแถบสแกนดิเนเวีย รวมถึงร้านอาหาร คาเฟ่ ที่มีสไตล์และความเรียบง่ายอย่างแท้จริง

ร้านแนะนำเกี่ยวกับเครื่องหอม และเครื่องปั้นแบบฝรั่งเศส ร้าน Balzac Interiør ใจกลางเมืองออสโล


A.C. Perch’s Thehandel ร้านชาที่เก่าแก่ มีมาตั้งแต่ปี1835 หนึ่งในชาที่นิยมที่สุดของสแกนดิเนเวีย
จิตกรชื่อดังของนอเวย์ Christian Krohg

หนึ่งในร้านที่ห้ามพลาดคือร้านเบเกอรี่เก่าแก่และชื่อดังที่สุดของนอเวย์ W.B. Samson ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1894

Scone berry หนึ่งในขนมชื่อดังของ W.B. Samson
ณ ใจกลางเมืองออสโล นอร์เวย์

Oslo Domkirke โบสถ์เก่าแก่กลางเมืองออสโล

มีนักเดินทางและใครๆเคยกล่าวไว้ว่า ผู้คนที่อาศัย แถบสแกนดิเนเวียแตกต่างจากชาวยุโรปทั่วไป ทั้งนิสัย ภาษา การใช้ชีวิต ซึ่งส่วนหนึ่งมีธรรมชาติที่สวยและสมบูรณ์แบบรายล้อม จนทำให้ผู้คนที่นั่นอารมณ์ดีตลอดเวลา ซึ่งนั่นคงกล่าวไว้ไม่ผิดนัก ผู้คนที่นี่ให้ความสำคัญกับธรรมชาติและเสพศิลป์พอๆกับนักเรียนศิลปะ ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัว ที่ทำให้วันหยุดคราครั่งไปด้วย คู่รัก ครอบครัว หรือหนุ่มสาว ใช้ชีวิตกับวันหยุดอย่างที่เคยเป็น ด้วยการใช้เวลากับการอยู่นอกบ้าน พักผ่อน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกัน ผมใช้เวลาทำความรู้จักออสโล 2 วัน ทั้งการเดินหาร้านดีไซน์ เครื่องหอม หรือแฟชั่น แบรนด์ของที่นี่ รวมถึงแกลลอรี่ และ สถาปัตยกรรมเก่า ที่ทำให้รู้จักออสโลมากกว่าที่เคยจินตนาการ และนั่นนำมาถึงบทสรุปที่ว่า ทำไมออสโลถึงเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดเป็นอันดับต้นๆของโลก

วันหยุดคราครั่งไปด้วย คู่รัก ครอบครัว หรือหนุ่มสาว ใช้ชีวิตกับวันหยุดอย่างที่เคยเป็น
ด้วยการใช้เวลากับการอยู่นอกบ้าน พักผ่อน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกัน    

วันรุ่งขึ้นเรามุ่งหน้าสู่เมืองแบร์เกน (Bergen) เมืองท่าของประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับสองของนอร์เวย์ เพื่อเข้าสู่ทริปของ Norway in a nutshell เส้นทางที่สวยและโรแมนติกเส้นทางหนึ่งของโลก ที่นักท่องเที่ยวหรือคู่รักสามารถจองและเดินทางด้วยตัวเองโดยผ่านการคมนาคมหลักอาทิ รถบัส รถไฟ และ เรือ โดยการเดินทางของโปรแกรมนี้ ถูกรวบรวมความโรแมนติกที่ยากจะหาที่ใดเหมือน ทั้งรถไฟสายด่วนของนอร์เวย์ NSB ที่มุ่งหน้าสู่เมืองวอสส์ (Voss) เมืองสกีรีสอร์ทของนอร์เวย์ ที่นำผมนั่งเรือออกเดินทางสู่ท่าเรือเมืองกุ๊ดวานเก้น (Gudvangen) เพื่อชมความงามของ Fjord cruise เสน่ห์ของผาและเทือกเขาสูงรายล้อมแม่น้ำและทะเลสาบที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็ง ที่มีความยาวที่สุดในโลกถึง 240 กม.

Bergen จุดเริ่มต้นของทริป Norway in a nutshell

Bergen จัดว่าเป็นเมืองท่าที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของประเทศนอร์เวย์ที่รายล้อมไปด้วยทะเลและเมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่
สถานีรถไฟกลางของเมือง Bergen ที่คุณสามารถซื้อ Ticket ของทริป Norway in a nutshell
Frieles Kaffe ร้านกาแฟที่ดีที่สุดของ Bergen ที่ไม่ควรพลาด ก่อนลงเรือทริป Norway in a nutshell
ความงามของ Fjord cruise เสน่ห์ของผาและเทือกเขาสูงรายล้อมแม่น้ำและทะเลสาบที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็ง
ธารน้ำแข็งหรือกลาเซียร์ (Glacier) 
ธารน้ำแข็งหรือกลาเซียร์ (Glacier) มีอยู่เป็นร้อยสาย สลับซับซ้อนตามช่องของภูเขา
เกิดเป็นความสวยงามที่แปลกตา ยากหาที่ใดเหมือน

หนึ่งในไฮไลท์ที่ได้ถูกกล่าวขานว่า “ยากที่จะกระพริบตา”  และสัมผัสเมืองเล็กๆนามว่า Flåm หมู่บ้านเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยสวนผลไม้และไร่นา รวมถึงนํ้าตกหลายสายที่ไหลลดหลั่นตามทาง สลับกับเนินผาสูงและถนนคดเคี้ยวที่สร้างเสน่ห์ให้เมืองนี้เป็นมากกว่าเมืองท่องเที่ยว ผมใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ในการเดินตามถนนเล็กๆ ของเมือง Flåm ผ่านทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยแกะ สวนแอปเปิ้ลตลอดสองข้างทาง พร้อมกับทักทายคู่รักต่างชาติ ที่เช่าจักรยานปั่นขนานกันเพื่อชมเมือง จนได้เวลาของรถไฟพิเศษ “Flamsbana” รถไฟที่ดัดแปลงจากรถไฟเก่าที่เสมือนกำลังเดินทางเข้าสู่ยุคของปี 1940 ที่พาผมผ่านอุโมงค์ระหว่างทางซึ่งมีถึง 20 แห่ง และ 18 แห่งนี้ได้ใช้แรงงานคนในยุคก่อน พร้อมกับทัศนียภาพอันงดงามของหุบเขาอันสูงชันตลอดสองข้างทาง

(Flamsbana) รถไฟสายโรแมนติกตามเส้นทางสายน้ำตก
สัมผัสอีกหนึ่งบรรยากาศของการเดินทางที่มีขื่อเสียงที่สุดของนอร์เวย์

ในการเดินตามถนนเล็กๆ ของเมือง Flåm ผ่านทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยแกะ สวนแอปเปิ้ลตลอดสองข้างทาง
Flåm หนึ่งในเมืองเล็กๆบนเส้นทางสุดโรแมนติกของ Norway in a nutshell

ชุมชนเล็กๆของเมือง Flåm ที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติและการใช้ชีวิต
ของผู้คนที่แสนจะเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี

เมืองไมร์ดาล (Myrdal) ชุมชนเล็กๆระหว่างทาง

จนถึงเมืองไมร์ดาล (Myrdal) ชุมทางของรถไฟซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขาอันสลับซับซ้อนสุดสายตา รถไฟก็พาผมมาจอดอยู่ด้านหน้าของนํ้าตกอันตระการตานามว่า (Kjosfossen) ซึ่งเกิดจากการละลายของหิมะ พร้อมหยุดให้คู่รักและนักท่องเที่ยวลงไปถ่ายรูปกับความยิ่งใหญ่เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่า “คุณได้มาเยือนกับดินแดนแห่งความโรแมนติกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”


Kjosfossen น้ำตกอันตระการตา ซึ่งเกิดจากการลอยตัวของหิมะ
น้ำตก Kjosfossen

คุณสามารถซื้อโปรแกรม Norway in a nutshell ได้ที่ http://www.fjordtours.com/ ซึ่งสามารถเลือกจุดเริ่มต้นของเส้นทางโรแมนติกนี้ได้ 4 เส้นทางด้วยกัน

ประเทศนอร์เวย์มีสายการบินภายในประเทศอย่างสายการบิน Norwegian ซึ่งคุณสามารถหาเส้นทางการบินเพื่อมุ่งหน้าสู่เมือง Bergen ได้ที่ https://www.norwegian.com/

 

History Library Lifestyle Love Story Uncategorized

The legacy of Jennie Neilson Hays

ในช่วงสายของวันอาทิตย์มีความตั้งใจว่าจะไปเยือนสถานที่ ที่เคยเป็นความทรงจำสมัยเรียนมัธยมที่มีชื่อว่า “ห้องสมุดเนลสันเฮย์ (Neilson Hays Library)” สถานที่อันเป็นที่หลบพักและหาความรู้ของเด็กมัธยม (ตัวผม) ในหลาย 10 ปีที่แล้ว ซึ่งในปัจจุบัน เทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้นพอๆกับนิสัยคนที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย ความไวและฉาบฉวยของการได้อะไรมาง่ายๆ ทำให้หนังสือหนึ่งเล่มที่อาจจะใช้เวลาอ่านเป็นชั่วโมงดูด้อยค่าลงไปถนัดตา และนั่นจึงเป็นที่มาของการกลับมาหาสิ่งที่เคยรักและยังคงอยู่ในความทรงจำ

ห้องสมุดเนลสันเฮย์ (Neilson Hays Library) จดทะเบียนขึ้นเป็นสมาคมห้องสมุด เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๑๒ โดยสมาชิกสมาคมสตรี (The Ladies’ Bazaar Association) ซึ่งสมาชิกเป็นสุภาพสตรีชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพ โดยนำรายได้จากการขายของของสมาคมสตรีนำมาจัดตั้งสมาคมห้องสมุดสตรีกรุงเทพ (The Bangkok Ladies’ Library Association) ขึ้นเพื่อให้บริการแก่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพโดยมีข้อบังคับของสมาคมที่ให้การบริหารงานนั้นต้องประกอบไปด้วยกรรมการสมาคมที่เป็นสตรีจำนวนไม่เกิน ๑๒ คน ซึ่งในขณะนั้นสมาคมยังไม่มีสถานที่ทำงานที่แน่นอน ในปี พ.ศ. ๒๔๕๔ ได้เปลี่ยนชื่อ จากสมาคมห้องสมุดสตรีกรุงเทพ เป็น สมาคมห้องสมุดกรุงเทพ


คุณหมอ Thomas Heyward Hays และ นาง Jennie Neilson Hays

ส่วนชื่อปัจจุบันของห้องสมุดคือ สมาคมห้องสมุดเนลสันเฮย์ นั้นมาจากชื่อของนาง Jennie Neilson Hays ซึ่งชื่อเดิมของ นาง Jennie Neilson Hays คือ Jennie Neilson เป็นชาวเดนมาร์ก ครอบครัวได้อพยพไปอยู่อเมริกาต่อมาได้เดินทางเข้ามาเป็นมิชชั่นนารีในประเทศไทยในปี พ.ศ. ๒๔๒๗ และได้พบกับคุณคุณหมอ Thomas Heyward Hays ซึ่งเดินทางเข้ามาในประเทศไทยในปีพ.ศ. ๒๔๒๙ และทั้งคู่ได้แต่งงานกันในปี พ.ศ. ๒๔๓๐ ต่อมานาง Jennie Neilson Hays ได้เข้ามาทำงานให้กับสมาคมห้องสมุดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๓๘ ตลอดเวลาเธออุทิศตัวและเวลาเพื่อทำกิจกรรมมากมายเพื่อให้ห้องสมุดสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ เธอทำงานให้กับห้องสมุดเป็นเวลาถึง ๒๕ ปี และเธอได้เสียชีวิตด้วยโรคอหิวาตกโรคในเดือน เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๓


บริเวณด้านหน้าห้องสมุด ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ผสมด้วยตัวอาคารสถาปัตยกรรมแบบ นีโอ คลาสิค

หลังจากนาง Jennie Neilson Hays ได้เสียชีวิตลงในปี พ.ศ. ๒๔๖๓ ด้วยความรักที่เธอมีต่อห้องสมุด คุณหมอ Thomas Heyward Hays จึงได้ว่าจ้างมารีโอ ตามัญโญ (Mario Tamagno)มาออกแบบและมีสถาปนิกผู้ช่วยชื่อนายจีโอวานี แฟร์เรโร (Mr.Giovanni Gerreo) เพื่อออกแบบอาคารที่จะอยู่ถาวรให้มีความงามสมกับคนรักของเค้า และซื้อที่ดินริมถนนสุรวงศ์เพื่อยกให้เป็นของห้องสมุดและเป็นที่ระลึกถึงภรรยาของท่าน ดังนั้นสมาคมห้องสมุดกรุงเทพ (The Bangkok Library Association) จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ห้องสมุดเนลสันเฮย์” พร้อมกับอาคารใหม่ที่สร้างเสร็จเริ่มเปิดทำการในเดือน มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๕ โดยสถานที่ตั้งนั้นอยู่ที่ เลขที่ ๑๙๓,๑๙๕ ถนนสุรวงศ์ และยังเปิดให้บริการจนถึงปัจจุบัน นอกจากความรักของนางที่มีให้กับห้องสมุดแล้ว ก็ยังมีความรักที่ทั้งสองมีให้แก่กันตั้งแต่นางยังมีชีวิตอยู่จนนางเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม ดังนั้น Neilson Hays Library จึงไม่ได้เป็นแค่อนุสรณ์แห่งความรักเท่านั้นแต่ยังเป็นอนุสรณ์แห่งการสูญเสียอีกด้วย


หนังสือต่างๆ ภายในห้องสมุดนี้หลายพันเล่ม ให้บริการสำหรับสมาชิกไม่จำกัดชาติ ภาษา อายุ


เช้าวันเสาร์มีกิจกรรมเล่านิทานสำหรับเด็กอีกด้วย อีกทั้งภายในยังมี “โรทันดา แกลเลอรี่” แกลอรี่เล็กๆ
ที่เอาไว้จัดแสดงผลงานศิลปะจากศิลปินหมุนเวียนกันไป

ประเภทหนังสือที่อยู่ในห้องสมุดเนลสัน เฮย์ ส่วนใหญ่จะเป็นนวนิยาย ผสมกับหนังสือประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ และมีโซนหนังสือสำหรับเด็กด้วย

 ในส่วนของการออกแบบเป็นสไตล์นีโอคลาสสิค ผังอาคารเป็นรูปตัว H ทางเข้าเป็นห้องทรงกลมหลังคาทางเข้าเป็นโดม

ห้องสมุดนี้ได้รับการออกแบบจากสถาปนิกชาวอิตาเลียนชื่อมารีโอ ตามัญโญ ผู้ออกแบบพระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นอาคารชั้นเดียวแบบนีโอ คลาสิค หลังคาเป็นทรงโดม ที่หัวเสาทุกต้นสลักลวดลายสวยงาม ใต้ตัวตึกเป็นบ่อน้ำเพื่อให้ความเย็นภายในอาคาร แต่ปัจจุบันใช้วิธีติดแอร์สร้างความเย็นแทน


ปัจจุบันความสวยงามของห้องสมุดแห่งนี้ยังได้รับการขนานนามว่าเป็น ห้องสมุดที่สวยที่สุดในกรุงเทพ

ซึ่งคุณสามารถนั่งอ่านในห้องสมุดหรือจะยืมออกไปนั่งอ่านในสวนด้านนอกรับลมธรรมชาติ หรือยืมกลับบ้าน (สำหรับสมาชิก รายปี 2500 บาท) ก็ได้เช่นกัน ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์ ห้องสมุดแห่งนี้ มักมีการจัดกิจกรรมอยู่บ่อย ๆ อย่างเช่นนิทรรศการศิลปะ หรือเล่านิทานสำหรับเด็ก หรือใครที่อยากพกคอมพิวเตอร์มานั่งทำงาน ก็สามารถใช้ Wifi ที่มีให้บริการได้ที่นี่อีกด้วย

ความรักในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมักทำให้คนพยายามที่จะตามหาและเฝ้านึกถึงสิ่งนั้น หนังสือหลายเล่มสร้างและสอนคนได้มากกว่ามือถือที่ข่าวสารไวจนหาที่มาที่ไปแทบไม่ได้ กระดาษและเนื้อหาด้านในสร้างสรรค์คำสละสลวยและวลีที่ไพเราะจนแทบจะไม่อยากวางลง และเฝ้าคิดกับตัวเองอยู่เสมอว่า “เมื่อไหร่นะ ที่คนเราจะหันกลับมาอ่านและให้ความสำคัญกับหนังสืออีกครั้ง” ภาวนา…

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ toddlejoy.com / electrummagazine.com

คุณสามารถเข้าชมห้องสมุด Neilson Hays Library (ห้องสมุด นิลเซน เฮส์) ได้ที่
195 Thanon Surawong, Si Phraya, Khet Bang Rak, Krung Thep Maha Nakhon 10500
neilsonhayslibrary.com