Browsing Category

Art

Art Beauty Candle DIY Festive France Lifestyle Story Travel

ASTIER DE VILLATTE ORNAMENTS 2020

เข้าสู่เทศกาลแห่งความสุข ที่เหล่าบรรดาของประดับคริสมาสต์ Ornaments จากหลากหลายแบรนด์ที่ขนมาเอาใจสาวกนักแต่งบ้านในช่วงเทศกาลแห่งความรื่นรมย์นี้ Astier de Villatte คือหนึ่งในแบรนด์เหล่านั้น แบรนด์เครื่องเคลือบเซรามิกจากปารีส สร้างสรรค์ Ornaments ด้วยรูปแบบต่างๆที่สุดแสนน่ารักและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเกินใคร ด้วยของตกแต่งคริสมาสต์ในหลากหลายรูปแบบที่เอาใจนักสะสมและลูกค้าที่ต่างแวะเวียนมาเลือกซื้อของตกแต่งเหล่านี้ ในปีนี้ Astier de Villatte ได้ออกแบบ Ornament ทั้งบรรดาผลไม้นานาชนิด เบเกอรี่ อาหารเช้าต่างๆ ไปจนถึงบุคคลสำคัญของโลกอย่างควีนอลิซาเบธ ที่ทำให้ต้นคริสมาสต์ของคุณมีเรื่องราวความสุขมากกว่าที่เคย อีกทั้งสามารถนำกลับมาใช้ใหม่และเหมือนเป็นของสะสมที่สุดแสนพิเศษอีกด้วย


ดิสเพลย์ของเหล่า Ornaments ณ บูติกของ Astier de Villatte

ความโดดเด่นของ Ornaments จาก Astier de Villatte คือความละเอียดละออในการผลิตและออกแบบด้วยความรัก ซึ่งถือว่าเป็นอุดมคติของผู้เป็นเจ้าของอย่าง Benoît Astier de Villatte และ Ivan Pericoli ที่ต้องการให้ความสุขเกิดขึ้นที่บ้าน และทำให้คนหันมารักการอยู่บ้านมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสถานการณ์ของโรคระบาดที่กระจายอยู่ทั่วโลกขณะนี้ ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่หันมาสนใจการตกแต่งบ้าน และเกิดเป็นกิจกรรมความสุขที่เกิดขึ้นในครอบครัวมากขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Astier de Villatte ไม่มองข้ามความสุขเล็กๆเหล่านี้


Ornaments ต่างๆ สนนราคาตั้งแต่ง 10€ ไปจนถึง 40€

หากคุณมีโอกาสเดินเข้าไป ณ 16 Rue du Tournon 75006 กลางกรุงปารีส คุณจะพบบูติกของ Astier de Villatte ที่ตกแต่งดิสเพลย์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ ด้วยเรื่องราวของความสุขที่ผลัดเปลี่ยนเป็นประจำทุกปี อีกทั้งภายในร้านต่างประดับประดา จานเซรามิกที่สุดพิเศษถูกวางผสมไปกับของตกแต่งบ้านและต้นคริสมาสต์ที่กระจัดกระจายวางอยู่ทั่วร้านอย่างเหมาะสม หรือแม้แต่ Stationary ทั้งการ์ด และ ปากกา ดินสอ ที่สามารถซื้อเป็นของขวัญเล็กๆให้กับคนพิเศษได้อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งร้านในปารีสที่ใครที่มีโอกาสมาเยือนไม่ควรพลาด


วัตถุดิบในครัวอย่างหัวหอม หรือ กระเทียมก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของ Ornaments ที่ Astier de Villatte
สร้างสรรค์และผลิตขึ้นในทุกๆปี

นับว่าเป็นอีกหนึ่งร้านในกรุงปารีสที่ผู้เขียนคิดถึงอยู่เสมอ และหากใครได้มีโอกาสมาเยือนในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่านี้ Popdot Daily อยากแนะนำว่าถ้าได้มีโอกาสมาจริงๆ ต้องมาที่บูติก 16 Rue du Tournon 75006 แล้วคุณจะพบกับความสุขละลานตา ที่ได้แต่คิดว่าจะขนกลับที่ประเทศไทยยังไงดี ท้ายสุดนี้เมื่อโควิดหายแล้วเราจะพบกันนะครับ ปารีสที่รัก 🙂

คุณสามารถแวะเวียนมาที่ร้านของ Astier de Villatte ได้ ณ 173 Rue Saint-Honoré 75001 ปารีส และ 16 Rue du Tournon 75006 ปารีส ขอบคุณภาพบางส่วนจาก landenkerr.com และ milkdecoration.com

Art Library Lifestyle News Photography

The Magnum Photos sale features 100 iconic images

เติมเต็มจินตนาการของคุณด้วยภาพถ่ายจาก Magnum Photos เอเยนซี่ ที่รวมช่างภาพที่มีชื่อเสียงมากมายระดับโลก ที่คุณสามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง  $100 จากรูปภาพยอดที่นิยมกว่า 100 รูป ในคอลเล็กชั่น “Works of Imagination,” โดยเป็นคอลเล็กชันภาพพิมพ์คุณภาพสูง และมีลายเซ็นต์ของช่างภาพผู้ถ่ายทอดผลงาน เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้ Aperture มูลนิธิที่ไม่แสวงหาผลกำไร โดย  Caitlin Hughes ซีอีโอของ Magnum กล่าวว่า “ รูปภาพแต่ละชิ้นมีเรื่องราวของตัวมันเองและทุกชิ้นมีความเกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณของเรา ที่ส่งผลให้เกิดจินตนาการใหม่ๆและเป็นพลังแห่งความฝันที่จะเกิดจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ ๆในโลกใบนี้ ”

Taken as part of his Subway series, Bruce Davidson’s image, Brooklyn, in 1980,

David Benjamin Sherry’s work, Death Valley, California, 2013,

โดย Magnum Photos คือเอเจนซี่ช่างภาพอันดับ 1 ของโลกที่มีอายุกว่า 70 ปี ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในความใฝ่ฝันของช่างภาพทั่วโลกที่อยากจะเป็นหนึ่งในเอเจนซี่ภาพถ่ายแห่งนี้ และคอลเล็กชั่นนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานจากช่างภาพชื่อดังจากทั่วโลกที่ถ่ายทอดจินตนาการไร้ขีดจำกัดและมีความเป็นตัวเองมากที่สุด โดยผลงานจากคอลเล็กชั่นนี้จะถูกทำขึ้นบนกระดาษขนาด 6 x 6 นิ้ว โดยคุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.magnumphotos.com

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก Magnumphotos และ architecturaldigest

Art Beauty Fashion France

Bella Hadid Stars on Vogue ’s Exclusive Digital Cover

อิริยาบทของสาว เบลล่า กับการถ่ายแบบใน Digital Cover ของนิตยสาร Vogue ในคอนเซ็ปต์ Paris Collections ที่ได้แรงบันดาลใจจาก 2 สาวที่เคยโด่งดังในตำนานอย่าง Audrey Hepburn และ Lisa Fonssagrives  เติมแต่งด้วยชุดสุดหรูอย่าง Givenchy และหมวกขนนกสุดเก๋แห่งยุคจากแบรนด์ Koché

In this story:
Director: Gordon von Steiner
Fashion Editor: Jorden Bickham
Director of Photography: Stuart Winecoff
Producer: Kelly McGee
Stylist First Assistant: Claire Tang
Set Design: Andy Hillman
Hair: Laurent Philippon; Makeup: Jen Myles; Tailor: Marion Robillard; Manicure: Chloe Desmarchelier
Editor: Gordon von Steiner
Post: A&E Film, Paris
Production: Prodn Paris
Invisible Dancer: Mourad Bouayad
Music: “Think High” by Prince Charlez

ขอขอบคุณวีดีโอจาก VOGUE Magazine

Art History Library Royal Story

ราชอาณาจักรสยาม ณ พระราชวังฟงแตนโบล

“ราชอาณาจักรสยาม ณ พระราชวังฟงแตนโบล : คณะราชทูตสยาม ๒๗ มิถุนายน ค.ศ. ๑๘๖๑”

ความสัมพันธ์ ระหว่างสยาม-ฝรั่งเศสในสมัยรัตนโกสินทร์เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในรัชกาลพระบาท สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ หลังจากที่ห่างเหินไปกว่า ๑๖๐ ปี การเจริญพระราชไมตรีนี้เป็นพระบรมราโชบายสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงเอาพระราชหฤทัยใส่อย่างจริงจัง เพื่อให้ราชอาณาจักรสยามสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีอิสรภาพท่ามกลางแนวคิดใน การแสวงหาและการยึดครองดินแดนต่าง ๆ ในเอเชียอาคเนย์ของประเทศมหาอำนาจตะวันตก
นับแต่ปี พ.ศ. ๒๓๙๙ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริแต่งคณะราชทูตสยามให้เชิญ พระราชสาส์นและเครื่องมงคลราชบรรณาการไปถวายพระจักรพรรดินโปเลียนที่ ๓ แห่งฝรั่งเศส แต่กว่าที่จะสำเร็จลงได้นั้นก็ต้องรอเวลาเกือบ ๕ ปี จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๐๔ คณะราชทูตสยามเดินทางถึงประเทศฝรั่งเศส ได้เข้าเฝ้าพระจักรพรรดินโปเลียนที่ ๓ แห่งฝรั่งเศสและทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสาส์นพร้อมทั้งเครื่องมงคลราชบรรณาการ ในครั้งนั้นคณะราชทูตประกอบด้วยพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาธิบดี (แพ บุนนาค) จางวางพระคลังสินค้า เป็นราชทูตเจ้าหมื่นไวยวรนาถ (วอน บุนนาค) เป็นอุปทูต และพระณรงค์วิชิต (จอน บุนนาค) เป็นตรีทูต รวมทั้งคณะชาวสยามอีกหลายสิบคนนับเป็นการเจริญพระราชไมตรีที่ยิ่งใหญ่ครั้ง หนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย

ภายในพระราชวังฟงแตนโบล

หนึ่งในโบราณวัตถุที่ถูกโจรกรรมที่พระราชวังฟงแตนโบลรวมทั้งสิ้น ๑๕ ชิ้น รวมถึงพระมหาพิชัยมงกุฎของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่คณะราชทูตสยามได้ถวายแด่กษัตริย์นโปเลียนที่ ๓ ด้วย กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสว่า พิพิธภัณฑ์ฯได้แจ้งยืนยันข้อมูลการโจรกรรมดังกล่าวแล้ว โดยในชั้นนี้ โบราณวัตถุที่เป็นของไทยและถูกโจรกรรมมีเพียงชิ้นเดียวคือพระมหาพิชัยมงกุฎฯ ซึ่งปัจจุบันยังไร้ร่องรอย

เครื่องมงคลราชบรรณาการที่สยามส่งไปยังประเทศฝรั่งเศสมีความงดงามยิ่งใหญ่และเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมเป็นอย่างยิ่ง พระจักรพรรดินีเออ เฌนีแห่งฝรั่งเศสโปรดฯให้จัดเก็บเครื่องมงคลราชบรรณาการไว้ที่พระราชวัง ฟงแตนโบลซึ่งเป็นที่เสด็จออกรับคณะราชทูตเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๐๔ อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นก็ยังไม่มีผู้ใดได้เห็นสิ่งของเครื่องมงคลราช บรรณาการที่ทางสยามจัดส่งไปอย่างครบถ้วนสมบูรณ์จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ พิพิธภัณฑ์พระราชวังฟงแตนโบล ได้จัดแสดงเครื่องมงคลราชบรรณาการจากสยาม ภาพวาดคณะราชทูตสยามเข้าเฝ้าพระจักรพรรดินโปเลียนที่ ๓ ทั้งยังได้จัดพิมพ์หนังสือคู่มือประกอบนิทรรศการ อันประกอบไปด้วยบทความต่างๆ ที่น่าสนใจและที่สำคัญคือภาพเครื่องมงคลราชบรรณาการอันงดงามประณีตที่คนไทย ไม่เคยเห็นมากว่า ๑๕๐ ปี เช่นพระมหามงกุฎ เครื่องราชูปโภคทองคำต่างๆ พระราชสาส์นทองคำ แผ่นผ้ารูปพระแก้วมรกต ๓ ฤดู และเครื่องมหัคฆภัณฑ์อื่นๆ โดยปัจจุบันพระมหาพิชัยมงกุฎของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถูกโจรกรรมและหายสาปสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

หนังสือ ราชอาณาจักรสยาม ณ พระราชวังฟงแตนโบล จัดทําขึ้น เนื่องในวาระครบรอบ ๑๕๐ ปี ที่คณะราชทูตสยามเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสเพื่อเข้าเฝาพระจักรพรรดินโปเลียนที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ค.ศ. ๑๘๖๑

ใน หนังสือเล่มนี้ นอกจากภาพวาดอันงดงามของฌอง-เลออง เฌโรม (Jean-Leon Gerome) ที่ปรากฏเป็นปกหน้าหนังสือแล้ว ยังประกอบด้วยบทความเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจอีกมาก ทั้งบทความที่อธิบายจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างสยาม-ฝรั่งเศสแต่ ครั้งสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บทความเรื่องความสัมพันธ์สยาม-ฝรั่งเศสในสมัยรัตนโกสินทร์ และสิ่งสำคัญคือบัญชีรายการสิ่งของเครื่องมงคลราชบรรณาการพร้อมทั้งภาพถ่าย คณะราชทูตสยามในครั้งนั้นในเชิงมานุษยวิทยาอีกด้วย นับได้ว่าหนังสือ “ราชอาณาจักรสยาม ณ พระราชวังฟงแตนโบลคณะราชทูตสยาม ๒๗ มิถุนายน ค.ศ. ๑๘๖๑” เป็นการระบายหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างสยาม-ฝรั่งเศส ให้มีสีสันงดงามควรค่าแก่การจดจำเป็นอย่างยิ่ง สิ่งของเครื่องมงคลราชบรรณาการทั้งปวงย่อมแสดงให้เห็นว่าสายพระเนตรของพระ บาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงมองการณ์ไกลยิ่งนัก ทรงตระหนักดีว่าวิธีการทางการทูตและมิตรไมตรีอันดีระหว่าง ๒ ประเทศเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาขัดข้องต่างๆ ระหว่างประเทศได้ ทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าบรรพชนในราชินิกุลบุนนาคนั้น ได้รับสนองงานอันเป็นคุณูปการและประโยชน์แก่แผ่นดินมาโดยตลอดอีกด้วย

Jean Léon Gérôme ศิลปินชาวฝรั่งเศสผู้วาดภาพ The Reception of Siamese Ambassadors by Emperor Napoleon III (1808-73)

เหรียญที่ระลึกพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาธิบดี (แพ บุนนาค) ถวายพระราชสาส์นรัชกาลที่ ๔ แด่สมเด็จพระจักรพรรดินโปเลียนที่ ๓ ณ พระราชวังฟงแตนโบล ๒๗ มิถุนายน ๒๔๐๔

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Siam Renaissance

 

Art History Lifestyle Story

The story of Fornasetti

“สิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมสร้างท่าทางบนหน้าได้มากกว่า 500 แบบ บนใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่ง? อืมม ผมไม่รู้จะตอบยังไง รู้แต่ว่าพอผมได้เริ่มทำ ผมก็ไม่เคยหยุดที่จะคิดเลย”
Piero Fornasetti


เคยเห็นและรู้จัก นักร้องโอเปร่าสาวลึกลับที่ชื่อว่า Lina Cavalieri หรือเปล่า? คำถามนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าเรารู้จัก Piero Fornasetti ศิลปินนักออกแบบตกแต่งภายในชาวอิตาลี่ดีพอ….

แต่ก่อนแต่ไร Piero ก็ไม่ได้เป็นใครสักคนที่คิดว่าสักวันจะกลายเป็นมหากาพย์แห่งวงการการออกแบบตกแต่งระดับโลกที่มีผลงานสร้างชื่อระดับมาสเตอร์พีชมากมาย หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นใบหน้านักร้องโอเปร่าสาวลึกลับที่ชื่อว่า Lina Cavalieri ที่ Fornasetti เองได้สร้างและออกแบบลวดลายต่างๆจากใบหน้าของเธอมากกว่า 500 แบบ จนเป็นลายใบหน้าที่เป็นต้นแบบที่ทำให้คนรู้จักแบรนด์ Fornasetti ไปทั่วโลกและหวังจะได้ครอบครองผลงานของเขาสักชิ้น แรงบันดาลใจเปี่ยมล้นของ Piero ที่มีต่อนักร้องโอเปร่าคนนี้ มาจากนิตยสารเก่าเล่มหนึ่งที่เขาค้นพบความสวยงามของหน้านักร้องสาวคนหนึ่งในนิตยสารเล่มนั้น เธอมีผิวพรรณที่ขาวผ่อง ใบหน้าชวนฝัน และเหนือสิ่งอื่นใด มันทำให้ Piero ถึงกลับไม่ละสายตาจากใบหน้านั้น จนเกิดเป็นภาพของเธอในผลงานศิลปะของเขาทุกชิ้น นับมาตั้งแต่ปี 1952 เป็นต้นมา

Lina Cavalieri  นักร้องที่โด่งดังมากในอิตาลี ช่วงปี 1925 – 1944 (ปีที่เธอเสียชีวิต)


จากหนุ่มนักออกแบบที่มีเอกลักษณ์ของการเพ้นท์ลายงานลงวัสดุที่สามารถเพนท์ลายได้ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ มู่ลี่ รวมทั้งเซรามิคเนื้อดี จนทำให้คนพูดถึงกันปากต่อปากและเป็นที่มาของการหางานดีไซน์ Tema e Variazioni ของ Fornasetti กันทั่ว นี่ยังไม่รวมหนังสือออกแบบ นิตยสารตกแต่งบ้านทุกหัวที่ต้องเคยมีงานของ Fornasetti ประดับอยู่ในเล่มมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งก็คงไม่แปลกอะไรถ้า Fornasetti จะได้สิทธิ์นั้น หลังจากที่เขาไปจากโลกนี้ไปผลงานเพนท์มือเหล่านั้น คงเดาได้ไม่ยากว่าจะมีมูลค่าเท่าไร

แต่ความทรงจำก็ไม่ใช่จะเป็นแค่ความทรงจำเสมอ การส่งต่อความรักและจิตวิญญาณของผู้ให้อย่างพ่อที่มีต่อลูก ยังคงแทรกซึมสู่ Barnaba Fornasetti บุตรชาย ที่สานต่อเจตนารมณ์ของผู้เป็นพ่อ สร้างสรรค์ผลงานจากลวดลายเก่าของพ่อ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น รวมถึงผสมผสานความกบฏ อารมณ์ของการเสียดสี อย่างเช่น ผลงานเซรามิก งานกระจก งานไม้ เครื่องหอม และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่มีรูปแบบที่แปลกตาไป แต่ยังคงมีกลิ่นอายเกือบ 100% ของผู้เป็นพ่อ หนึ่งในนั้นคือคอลเลคชั่นของเครื่องหอมอย่าง Architettura Candle เทียนหอมหลากหลายกลิ่น ที่สอดคล้องกับลวดลายบนโถเซรามิกและฝา สร้างเสน่ห์ให้กับบ้าน สามารถตกแต่งให้เข้ากับบ้านได้ทุกสไตล์ และกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ อย่าง เครื่องเทศ ผลส้ม ถึงแม้ว่าสินค้าของเขาจะเป็นลายโรมัน ลายคลาสสิคบ้าง แต่ด้วยสีสันที่ใช้เป็นสีขาวดำ รูปทรงและลวดลายถูกตัดทอนลงจึงไม่เยอะจนเกินไป ผลงานของเขาส่วนมากเป็นงานเซรามิคจึงทำให้นำไปตกแต่งกับบ้านคลาสสิคหรืออยู่ในบ้านโมเดิร์นก็ได้ โดยทำให้ลุคโดยรวมดูกลมกลืน ไม่แข็งกระด้างและดูมีดีเทลของบ้านมากกว่าเดิมอีกเท่าตัว
ต้องขอบคุณใบหน้าของนักร้องสาว Lina ที่ทำให้ธุรกิจเซรามิกของอิตาลีจากแบรนด์ Fornasetti ขายดีจนต่อยอดเป็นแบรนด์ลักชัวรี่ที่ได้รับความนิยม จนถึงปัจจุบัน อ่านแล้ว รู้สึกอยากมีไว้ในครอบครองสักชิ้นสองชิ้นไหมครับ?

Art Lifestyle Travel Trend

Dubai’s Highways From Above

Dubai (دبي) เป็น 1 ใน 7 รัฐของ United Arab Emirates (UAE) ที่ตั้งอยู่ริมอ่าวเปอร์เซียในแถบตะวันออกกลาง ซึ่งกรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีรายงานว่าได้เกิดอุบัติเหตุอย่างรุนแรงหลังฝุ่นทรายทำลายทัศนวิสัยของผู้ใช้รถอยู่บ่อยครั้ง เนื่องด้วยภูมิประเทศเป็นทะเลทรายเสียส่วนใหญ่ จึงทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ที่ดูไบต้องประสบปัญหาการเดินทางอยู่เป็นประจำ

ภายใต้ปัญหาทะเลทรายนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของทะเลทรายอาหรับ (Arabian Desert) กินพื้นที่ตั้งแต่อิรัก, เยเมน, โอมาน, จอร์แดน, ไปจนถึงบริเวณอ่าวเปอร์เซียร์ที่ดูไบตั้งอยู่ อาณาบริเวณทั้งหมดนี้มีพื้นที่มากกว่า 2 ล้านตารางกิโลเมตร และถูกบันทึกไว้ว่าเป็นทะเลทรายที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก จึงทำให้เกิดความสวยงามที่ซ่อนเร้นอย่างเช่น Irenaeus Herok สาวนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียที่เพิ่งได้เผยภาพถ่ายมุมสูงของถนนหลายสายของดูไบ ที่ปกคลุมไปด้วยทรายจำนวนมหาศาล จากพายุทะเลทรายที่พัดพาทรายจากทั่วทุกทิศ ปกคลุมเส้นทางและถนนหลายสายของดูไบ จนเกิดเป็นภาพที่น่าทึ่ง และอัศจรรย์

ฉันชอบเดินทาง และค้นหาสิ่งใหม่ๆที่ใครหลายๆคนอาจไม่เคยรู้ หนึ่งในความอัศจรรย์นั้น ถนนเหล่านี้ดูสวยงามเหนือธรรมชาติ และสร้างรูปธรรมที่เกินจริงของทะเลทรายและถนน ที่ทำให้ภาพเหล่านี้ได้เห็นถึงพลังของธรรมชาติ ที่ใครก็ห้ามไม่ได้


หนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตที่ห้ามพลาดเมื่อมาดินแดนนี้ คือ Desert Safari ที่ใช้รถสี่ล้อ 4WD ตะลุยทะเลทรายเนินน้อยใหญ่ของทะเลทรายชื่อดังอย่าง Lahbab Desert ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลทรายอาหรับ (Arabian Desert) โดยคนขับจะพาเราท่องไปยังโลกของทะเลทรายที่กว้างจนสุดลูกหูลูกตา ตั้งแต่ทางเรียบไปจนถึงการตะกรุย Sand Dune หรือเนินทะเลทรายที่สูงและชัน กิจกรรมที่น่าลองนี้สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวแนวใหม่ให้กับนักเดินทางจากทั่วโลก ที่อยากสัมผัสความสนุกของกิจกรรมนี้ แน่นอนว่ากิจกรรมของการตะกายภูเขาทะเลทรายขึ้นไปยังยอดสูงสุด เพื่อนั่งดูพระอาทิตย์ตกดินท่ามกลางความเวิ้งว้าง คุณต้องไม่เคยสัมผัสจากทีไ่หนแน่นอน

Art instagram Lifestyle Travel

Accidentally Wes Anderson

สิ่งก่อสร้างจากทั่วโลกที่ทำให้รูปในอินสตาแกรมมีความสมบูรณ์ดุจดั่งภาพถ่ายชั้นยอดจากช่างภาพชื่อดัง แต่แท้จริงแล้วเกิดจากนักท่องเที่ยวธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่หลงใหลในความอัศจรรย์ของสิ่งก่อสร้างเหล่านั้น Wes Anderson ถ่ายทอดนิยามของความสวยงามของสถาปัตยกรรมของตึกรามบ้านช่อง ที่หลบซ่อนปิดบังความสวยงามจากทั่วโลก มาไว้ในอินสตาแกรม ที่จะพาคุณพบกับพระราชวังในอินเดียที่ก่อสร้างในปี พ.ศ.2275 หรือจะเป็นโรงแรมในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่อยู่กลางแยกท่ามกลางภูเขาน้ำแข็งที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี พ. ศ. 2425 ที่หลายคนแทบไม่อยากเชื่อว่า มีโรงแรมนี้อยู่จริงบนโลก  หนุ่ม Anderson ได้บอกเล่าที่มาของการค้นพบความสุขของการถ่ายทอดความสวยงามของสถาปัตยกรรมเหล่านี้จากการถ่ายภาพเมืองที่เขาอาศัยอยู่ในมุมมองที่ต่างจากคนอื่น และเริ่มได้รับความนิยมจากแฟนๆในอินสตาแกรม จนกลายเป็นนักท่องเที่ยวที่ค้นหาสถานที่สวยงามอันซีนที่หลบอยู่ในโลกนี้ ในปัจจุบันนี้ คนจากทั่วโลกใช้ช่องทางการแท็กหา Anderson เพื่อถ่ายทอดมุมมองความงามเดียวกันนี้ ในแบบที่เขาเหล่านั้นเจอ เพื่อส่งต่อแด่ Anderson เพื่อเป็นสื่อกลางในการเปิดเผยสถานที่พิเศษนั้น และแน่นอนว่าปัจจุบันอินสตาแกรมแอคเค้าท์นี้ กลายเป็นที่รวบรวมสิ่งก่อสร้างที่มีเอกลักษณ์ความสวยงามจากทั่วโลก จากมุมมองของคนทั่วไปที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของความงามนี้ได้ ไม่เว้นแม้กระทั้งคุณเอง..

 

Art DIY News Story

Bird Postage

ศิลปินชาวโคลัมเบียนามว่า Diana Beltran Herrera ได้สร้างงานศิลปะจากกระดาษของนกในหลายๆสายพันธุ์มาตั้งแต่ปี 2012 โดย Herrera ได้ใช้ความสามารถด้านประติมากรรมกระดาษ ซึ่งแต่ละชิ้นจะเริ่มต้นด้วยการศึกษาพฤติกรรมของนกชนิดต่างๆทั่วโลก และที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของพวกนกเหล่านี้ ล่าสุด Herrera ได้ทำศิลปะกระดาษจากแสตมป์รูปนกที่ได้รับความนิยมจากนักสะสมทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือแสตมป์จากประเทศไทย หนึ่งในประเทศที่เธอชื่นชอบ ซึ่งทั้งหมดนี้เธอได้รวมเอาสแตมป์นกจากเอเชียและอเมริกาใต้ มารังสรรค์เป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชั่นของปีนี้ โดยมีสีสันและความสดใสรวมถึงรายละเอียดที่ประณีต

“ฉันมักรู้สึกถึงแรงบันดาลใจจากแสตมป์ซึ่งเปรียบเสมือนหน้าต่างเล็กๆที่บอกเล่าประเทศที่อยู่บนโลกนี้ โดยเฉพาะนกที่มีความพิเศษ ความสวยงาม และถิ่นอาศัยต่างๆ ที่ทำให้นกเหล่านั้นเปรียบเสมือนตัวแทนของประเทศที่มันอาศัยอยู่ แน่ละ นกเหล่านี้คือความงามที่แท้จริง และฉันได้เก็บรวบรวมความงามเหล่านั้นมารังสรรค์เป็นแสตมป์กระดาษที่สมจริงที่สุด เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนกเหล่านั้น”

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาคุณสามารถดูรูปประติมากรรมกระดาษ ดอกไม้ นก และผลไม้เพิ่มเติมได้จาก Instagram และ Facebook ของเธอ