Browsing Category

Travel

Candle Dessert Fashion Food History Library Lifestyle News Royal Story Travel Trend

Parisian Storefronts To Reveal The Story Of Paris


เมื่อช่างภาพหนุ่มชาวเยอรมันอย่าง Sebastian Erras ที่หลงใหลในงานออกแบบ สถาปัตยกรรม และถ่ายภาพ ได้สร้างผลงานด้านการถ่ายภาพหน้าร้านของกรุงปารีส ที่เต็มไปด้วยประวัติ ความน่าสนใจของการตกแต่ง รวมถึงเสน่ห์ในแบบปารีเซียง ที่น้อยคนนักจะปฏิเสธความมีเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่นี้ เรารวบรวม 15 ร้านที่มีความโดดเด่นจากหลายๆร้านที่เขาได้ถ่ายไว้ มีร้านอะไรบ้าง มาลองดูกัน


Alain Maître Barbier

ร้านตัดผมที่เสมือนพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมกลางปารีส ที่เต็มไปด้วยสิ่งของที่เกี่ยวกับบาร์เบอร์อาทิ ที่โกนหนวดจากทั่วโลก ที่ตัว Alain เอง สะสมมาแล้วกว่า 20 ปี โดยช่างของที่นี่มีความละเอียดด้านการตัดผมที่สั่งสมประสบการณ์มากกว่า 50 ปี ที่สำคัญความเก่าแก่ของร้านนี้เป็นเสมือนที่รวบรวมคนสำคัญจากหลากหลายอาชีพของฝรั่งเศสอีกด้วย


Les Céramiques du Marais

สาว Dorothée Hoffmann กับร้านเซรามิคที่เธอก่อตั้งในปี 2011 ถึงแม้ร้านจะดูก่อตั้งในระยะเวลาเพียงไม่นาน แต่ชื่อเสียงของเธอกลับได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ซึ่งงานปั้นรูปสัตว์ต่างๆ เป็นงานระดับมาสเตอร์พีซที่ขายดีเป็นอันดับต้นๆของทางร้านเลยล่ะ

Debauve et Gallais

ร้านช็อคโกแลตชื่อดังของปารีสโดย Bernard Poussin และ Diane Junique ที่สานต่อตำนานความอร่อยของช็อคโกแลตที่เกิดขึ้นในปี 1800 ณ ถนน Saint Germainโดยช็อคโกแลตของที่นี่ มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร หนึ่งในร้านคือช็อคโกแลตทรัฟเฟิลที่ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ว้าว”

Christian Vabret

ร้านขนมหวานชื่อดังสุดหรู ที่วันธรรมดาคราครั่งไปดูคนรักขนมหวานที่ทยอยกันมาที่ร้านนี้ Julien Houssais หนึ่งในผู้ดูแลร้าน เล่าว่า “เรามีความเชื่อว่าของหวานเป็นสิ่งสำคัญของชีวิตคน เฉกเช่นเดียวกับความรักที่มักต้องหามาเติมเต็มชีวิตอยู่เสมอ”

Cine Images

ชวนคุณย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 19 แกลเลอรี่แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นทุกอย่างที่เกี่ยวกับโรงภาพยนตร์ ที่ตัวเจ้าของร้านเองเริ่มสะสมมาตั้งแต่ปี 1976 ซึ่งถือว่าเป็นแกลเลอรี่ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป และเหล่าสาวกคนรักแผ่นฟิล์มเทใจให้กับร้านนี้มาอย่างยาวนานถึงปัจจุบัน


Cire Trudon

Julien Pruvost  กรรมการของ Cire Trudon  กล่าวว่าเราคือตำนานความหอมของเทียนที่ไล่มาตั้งแต่พระนางมารี อ็องตัวเนทยังทรงพระเยาว์ และเป็นหนึ่งในเทียนที่ทรงโปรดปรานของราชวงศ์ยุโรป ไล่มายังคนดังและคนที่หลงใหลจากทั่วโลก ซึ่งต่างทึ่งในความหอมของเทียนที่มีส่วนผสมของธรรมชาติ และยากจะหาที่ใดเหมือน

Clair de Rêve

ร้านเก่าแก่และเป็นเสมือนที่อยู่อาศัยของเหล่าตุ๊กตากระดาษและของเล่นนานาชนิด ที่ Clair de Rêve เต็มไปด้วยของเล่นที่ทำจากกระดาษเทคนิคเปเปอร์มาเช่ และของเล่นอีกจำนวนมาก รวมถึงกล่องดนตรีที่มีให้เลือกละลานตา คนปารีสต่างรู้จักดี ว่าที่นี่คือ “โลกแห่งของเล่นของกรุงปารีส”

Patisserie Boulangerie Boris

Patisserie เก่าแก่เกือบศตวรรษแห่งนี้ตกแต่งด้วยภาพวาดของ Moulin de la Galette ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของย่าน Montmartre ชื่อดังของปารีส ที่อยู่ในรายชื่อของอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส เจ้าของอย่าง Boris Lumé ที่ดูแลช่วงต่อมาจากหลายๆรุ่น และทำให้ขนมอย่าง Choux Petits เป็นซิกเนเจอร์ของที่ร้านไปโดยปริยายตั้งแต่เขาเข้ามาดูแลกิจการในปี 2013

Librairie des archives

เมื่อ Stefan Perrier ได้พื้นที่แห่งหนึ่งเพื่อเปิดเป็นร้านหนังสือของเขาในปี 2002 ก็ได้รู้ว่าที่แห่งนี้เคยเป็นโรงงานผลิตหมวกที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1920 ร่องรอยของความเก่าแก่ สร้างสรรค์ให้ที่แห่งนี้เป็นมากกว่าร้านหนังสือธรรมดา เขาจึงมีตัดสินใจที่จะเก็บมันไว้และนั่นทำให้เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ที่ไม่ควรพลาดหากเดินทางมาปารีส ซึ่งนอกจากคุณจะได้พบกับหนังสือเกี่ยวกับศิลปะการออกแบบแฟชั่นและเครื่องประดับมากมายแล้ว คุณยังได้มาสัมผัสบรรยากาศของโรงงานทำหมวกที่เก่าแก่ของปารีสอีกด้วย


La Cave de La Bonne Franquette

ตำนานและภาพวาดเหล่าศิลปินของ Van Gogh , Renoir หรือ  Monet ทำให้ที่นี่มีความน่าสนใจตั้งแต่เริ่มก่อตั้งร้านในปี 1971 ร้านอาหารแห่งนี้เต็มไปด้วยภาพวาดและเรื่องราวของเหล่าศิลปินชื่อดังก้องโลก ไม่เพียงแต่รสชาติอาหารของฝรั่งเศสจะทำให้คุณสุนทรีย์แล้ว แต่มนต์ขลังของที่นี่เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขของคุณเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว


La Pharmacie

แม้ว่าสไตล์ของร้านจะเหมือนร้านขายยาโดยเภสัชกร แต่ทางกลับกันร้าน La Pharmacie เป็นร้านอาหารที่ดำเนินกิจการโดยเชฟ Christophe Duparay ที่ให้บริการอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม รายล้อมไปด้วยเซรามิคเก่าสวยงามในร้านที่บอกได้คำเดียวว่า เก๋ไม่ต้องตามใคร

Norbert Bottier

ร้านเล็กๆที่เต็มไปด้วยรองเท้าหนังสุภาพบุรุษทำมือแบบคู่ต่อคู่ นำเสนอรองเท้าหลากหลายแบบจนทำให้เป็นที่ได้รับความนิยมของร้านขายรองเท้าหนังชื่อดังของกรุงปารีส หนังของที่นี่เป็นหนังคุณภาพดีจากแหล่งผลิตอย่างอิตาลีและฝรั่งเศส และการทำด้วยเทคนิคดั่งเดิม ที่ทำให้รองเท้าหนึ่งคู่ของที่นี่ เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของงานแฮนด์คราฟชั้นดี

Paris Jazz Corner

ร้านของคนรักแจ๊สแห่งเมืองปารีส ที่คราครั่งไปด้วยแผ่นเสียง ซีดี และอื่นๆอีกมากมาย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งชุมชนของคนรักเสียงเพลง หนังสือและใบปลิวเก่าที่ประกอบไปด้วยรูปภาพของศิลปินจากทั่วโลก แผ่นเสียงหรือใบปลิวเก่าของที่นี่ดูจะหาง่าย จนคุณไม่จำเป็นต้องนั่งรอบิดในเว็บอีเบย์อีกต่อไป

Julien Aurouze and Co

ร้านขายยากำจัดสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้านที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1872 และบริหารโดยทายาทรุ่นที่ 4 ที่ซิกเนเจอร์ของร้านคือดิสเพลย์ ราวแขวนหนูสตัฟห้อยระโยงระยาง ที่เป็นแรงบันดาลใจของการ์ตูนวอลล์ดิสนีย์ชื่อดังเรื่อง Ratatouille ที่ทำให้ร้านนี้ถูกกล่าวขวัญและหวังว่าจะได้มาสัมผัสร้านนี้ด้วยตนเอง คุณจะพบกับสารและยากำจัดหนูและสัตว์รบกวนภายในบ้าน ที่มีวิธีการทำและบรรจุภัณฑ์ดีไซน์เก่าและคลาสสิก ที่ทำให้ความน่าสนใจของที่นี่ มีมากกว่าตึกทาสีเขียว

 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก theguardian.com /

 

Lifestyle Love Story Travel Uncategorized

Norway in a nutshell

ฉันชอบเดินทางและท่องเที่ยวในโลกกว้าง และแน่นอนบางทีสถานที่สุดท้ายที่ฉันอยากใช้ชีวิตอยู่ที่นั้น คือ นอร์เวย์” Eva Green นักแสดงและนางแบบชื่อดังชาวฝรั่งเศสเคยกล่าวไว้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเยือนดินแดนแห่งพระอาทิตย์เที่ยงคืน ที่คู่รักจากทั่วโลกต่างต้องการค้นหาและสัมผัสเส้นทางสุดโรแมนติกของโลกอย่าง Norway in a nutshell

บริเวณท่าเรือกลางเมืองออสโลหนึ่งในสถานที่ได้รับความนิยมในช่วงวันหยุดของประเทศนอร์เวย์ ออสโลถูกจัดให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดเป็นอันดับต้นๆของโลก 

หลังจากใช้เวลาเกือบ 12 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯมาถึงกรุงออสโล สนามบิน Gardermoen ทันทีที่ออกจากสนามบินก็สัมผัสกับอากาศหนาวเย็นของเมืองออสโล ที่ทำให้ฉุกคิดได้ว่า คู่รักต่างชาติหลายคู่ที่เดินออกมาพร้อมๆกับผม อาศัยจังหวะของการปรับตัวความหนาวนี้กอดกันอย่างกลมกลืน สร้างโรแมนติกแรกของปลายตุลาคมได้อย่างแยบยล ความลงตัวของการเดินทางในประเทศนอร์เวย์นี้ทำให้อะไรๆก็ดูง่ายไปหมด เราใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที จากสนามบิน โดยการขึ้นรถไฟเข้าสู่กลางเมืองออสโล อดีตศูนย์กลางของชาวไวกิ้งโบราณ ที่ปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดเมืองหนึ่งของโลก เมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสถาปัตยกรรม งานศิลปะ งานดีไซน์ ที่มีชื่อแห่งหนึ่งของแถบสแกนดิเนเวีย รวมถึงร้านอาหาร คาเฟ่ ที่มีสไตล์และความเรียบง่ายอย่างแท้จริง

ร้านแนะนำเกี่ยวกับเครื่องหอม และเครื่องปั้นแบบฝรั่งเศส ร้าน Balzac Interiør ใจกลางเมืองออสโล


A.C. Perch’s Thehandel ร้านชาที่เก่าแก่ มีมาตั้งแต่ปี1835 หนึ่งในชาที่นิยมที่สุดของสแกนดิเนเวีย
จิตกรชื่อดังของนอเวย์ Christian Krohg

หนึ่งในร้านที่ห้ามพลาดคือร้านเบเกอรี่เก่าแก่และชื่อดังที่สุดของนอเวย์ W.B. Samson ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1894

Scone berry หนึ่งในขนมชื่อดังของ W.B. Samson
ณ ใจกลางเมืองออสโล นอร์เวย์

Oslo Domkirke โบสถ์เก่าแก่กลางเมืองออสโล

มีนักเดินทางและใครๆเคยกล่าวไว้ว่า ผู้คนที่อาศัย แถบสแกนดิเนเวียแตกต่างจากชาวยุโรปทั่วไป ทั้งนิสัย ภาษา การใช้ชีวิต ซึ่งส่วนหนึ่งมีธรรมชาติที่สวยและสมบูรณ์แบบรายล้อม จนทำให้ผู้คนที่นั่นอารมณ์ดีตลอดเวลา ซึ่งนั่นคงกล่าวไว้ไม่ผิดนัก ผู้คนที่นี่ให้ความสำคัญกับธรรมชาติและเสพศิลป์พอๆกับนักเรียนศิลปะ ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัว ที่ทำให้วันหยุดคราครั่งไปด้วย คู่รัก ครอบครัว หรือหนุ่มสาว ใช้ชีวิตกับวันหยุดอย่างที่เคยเป็น ด้วยการใช้เวลากับการอยู่นอกบ้าน พักผ่อน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกัน ผมใช้เวลาทำความรู้จักออสโล 2 วัน ทั้งการเดินหาร้านดีไซน์ เครื่องหอม หรือแฟชั่น แบรนด์ของที่นี่ รวมถึงแกลลอรี่ และ สถาปัตยกรรมเก่า ที่ทำให้รู้จักออสโลมากกว่าที่เคยจินตนาการ และนั่นนำมาถึงบทสรุปที่ว่า ทำไมออสโลถึงเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดเป็นอันดับต้นๆของโลก

วันหยุดคราครั่งไปด้วย คู่รัก ครอบครัว หรือหนุ่มสาว ใช้ชีวิตกับวันหยุดอย่างที่เคยเป็น
ด้วยการใช้เวลากับการอยู่นอกบ้าน พักผ่อน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกัน    

วันรุ่งขึ้นเรามุ่งหน้าสู่เมืองแบร์เกน (Bergen) เมืองท่าของประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับสองของนอร์เวย์ เพื่อเข้าสู่ทริปของ Norway in a nutshell เส้นทางที่สวยและโรแมนติกเส้นทางหนึ่งของโลก ที่นักท่องเที่ยวหรือคู่รักสามารถจองและเดินทางด้วยตัวเองโดยผ่านการคมนาคมหลักอาทิ รถบัส รถไฟ และ เรือ โดยการเดินทางของโปรแกรมนี้ ถูกรวบรวมความโรแมนติกที่ยากจะหาที่ใดเหมือน ทั้งรถไฟสายด่วนของนอร์เวย์ NSB ที่มุ่งหน้าสู่เมืองวอสส์ (Voss) เมืองสกีรีสอร์ทของนอร์เวย์ ที่นำผมนั่งเรือออกเดินทางสู่ท่าเรือเมืองกุ๊ดวานเก้น (Gudvangen) เพื่อชมความงามของ Fjord cruise เสน่ห์ของผาและเทือกเขาสูงรายล้อมแม่น้ำและทะเลสาบที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็ง ที่มีความยาวที่สุดในโลกถึง 240 กม.

Bergen จุดเริ่มต้นของทริป Norway in a nutshell

Bergen จัดว่าเป็นเมืองท่าที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของประเทศนอร์เวย์ที่รายล้อมไปด้วยทะเลและเมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่
สถานีรถไฟกลางของเมือง Bergen ที่คุณสามารถซื้อ Ticket ของทริป Norway in a nutshell
Frieles Kaffe ร้านกาแฟที่ดีที่สุดของ Bergen ที่ไม่ควรพลาด ก่อนลงเรือทริป Norway in a nutshell
ความงามของ Fjord cruise เสน่ห์ของผาและเทือกเขาสูงรายล้อมแม่น้ำและทะเลสาบที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็ง
ธารน้ำแข็งหรือกลาเซียร์ (Glacier) 
ธารน้ำแข็งหรือกลาเซียร์ (Glacier) มีอยู่เป็นร้อยสาย สลับซับซ้อนตามช่องของภูเขา
เกิดเป็นความสวยงามที่แปลกตา ยากหาที่ใดเหมือน

หนึ่งในไฮไลท์ที่ได้ถูกกล่าวขานว่า “ยากที่จะกระพริบตา”  และสัมผัสเมืองเล็กๆนามว่า Flåm หมู่บ้านเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยสวนผลไม้และไร่นา รวมถึงนํ้าตกหลายสายที่ไหลลดหลั่นตามทาง สลับกับเนินผาสูงและถนนคดเคี้ยวที่สร้างเสน่ห์ให้เมืองนี้เป็นมากกว่าเมืองท่องเที่ยว ผมใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ในการเดินตามถนนเล็กๆ ของเมือง Flåm ผ่านทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยแกะ สวนแอปเปิ้ลตลอดสองข้างทาง พร้อมกับทักทายคู่รักต่างชาติ ที่เช่าจักรยานปั่นขนานกันเพื่อชมเมือง จนได้เวลาของรถไฟพิเศษ “Flamsbana” รถไฟที่ดัดแปลงจากรถไฟเก่าที่เสมือนกำลังเดินทางเข้าสู่ยุคของปี 1940 ที่พาผมผ่านอุโมงค์ระหว่างทางซึ่งมีถึง 20 แห่ง และ 18 แห่งนี้ได้ใช้แรงงานคนในยุคก่อน พร้อมกับทัศนียภาพอันงดงามของหุบเขาอันสูงชันตลอดสองข้างทาง

(Flamsbana) รถไฟสายโรแมนติกตามเส้นทางสายน้ำตก
สัมผัสอีกหนึ่งบรรยากาศของการเดินทางที่มีขื่อเสียงที่สุดของนอร์เวย์

ในการเดินตามถนนเล็กๆ ของเมือง Flåm ผ่านทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยแกะ สวนแอปเปิ้ลตลอดสองข้างทาง
Flåm หนึ่งในเมืองเล็กๆบนเส้นทางสุดโรแมนติกของ Norway in a nutshell

ชุมชนเล็กๆของเมือง Flåm ที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติและการใช้ชีวิต
ของผู้คนที่แสนจะเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี

เมืองไมร์ดาล (Myrdal) ชุมชนเล็กๆระหว่างทาง

จนถึงเมืองไมร์ดาล (Myrdal) ชุมทางของรถไฟซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขาอันสลับซับซ้อนสุดสายตา รถไฟก็พาผมมาจอดอยู่ด้านหน้าของนํ้าตกอันตระการตานามว่า (Kjosfossen) ซึ่งเกิดจากการละลายของหิมะ พร้อมหยุดให้คู่รักและนักท่องเที่ยวลงไปถ่ายรูปกับความยิ่งใหญ่เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่า “คุณได้มาเยือนกับดินแดนแห่งความโรแมนติกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”


Kjosfossen น้ำตกอันตระการตา ซึ่งเกิดจากการลอยตัวของหิมะ
น้ำตก Kjosfossen

คุณสามารถซื้อโปรแกรม Norway in a nutshell ได้ที่ http://www.fjordtours.com/ ซึ่งสามารถเลือกจุดเริ่มต้นของเส้นทางโรแมนติกนี้ได้ 4 เส้นทางด้วยกัน

ประเทศนอร์เวย์มีสายการบินภายในประเทศอย่างสายการบิน Norwegian ซึ่งคุณสามารถหาเส้นทางการบินเพื่อมุ่งหน้าสู่เมือง Bergen ได้ที่ https://www.norwegian.com/

History Lifestyle News Story Travel Trend

The Beauty of Imperfection Astier de Villatte Paris

ณ ถนน Rue Saint Honoré ใจกลางกรุงปารีส ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารเก่าสมัยโบราณ สร้างเสน่ห์ของปารีเซียงที่ยากหาที่ใดเหมือน ตึกเล็กๆที่ถัดจากห้างเก่าแก่ของโลกอย่าง Printemps สักประมาณ 2 ล็อคถนน ถ้าไม่สังเกตดีๆ แทบจะไม่รู้เลยว่าได้มาถึงร้านเซรามิคที่มีวิธีการทำที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกแล้ว


Astier de Villatte สาขาแรก บนถนน Rue Saint Honoré ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ลูฟร์

Aetier de Villatte อาจไม่ใช่ร้านที่ทั่วโลกต่างรู้จัก แต่คนฝรั่งเศสเองต่างยกย่องให้เป็นหนึ่งในศาสตร์ของงานปั้นระดับมาสเตอร์พีซของโลกจากเทคนิคการทำของศตวรรษที่ 18 ถึงแม้ตัวแบรนด์เองจะก่อตั้งเพียงไม่นาน (1996) แต่กลายเป็นหนึ่งในเสน่ห์การสร้างสรรค์ของปารีส ซึ่งใช้วิธีการทำและปั้นด้วยมือแบบเทคนิคโบราณ ที่ยากจะหาที่ใดเหมือน เราเดินเข้าไปในร้านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของน้ำหอมหนึ่งในโปรดักส์ของ Astier de Villatte รอบๆตัว รายล้อมไปด้วยเครื่องปั้นดินเผา รูปทรงฟรีฟอร์ม ทั้งแจกัน ที่วางเทียน ถาด หรือแก้วน้ำ ล้วนอยู่ในพื้นฐานของรูปทรงของแบบแต่ละชนิดที่ Astier de Villatte รังสรรค์ขึ้น เรียงสลับตามกำแพงได้อย่างมีเสน่ห์ ด้านล่างถูกวางและกระจัดกระจายไปด้วย เทียนหอม ของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดีไซน์ที่แตกต่างกันอย่างเซรามิคที่ตั้งธูปหอม ฝาครอบเทียน Stationary ทั้งสมุด ดินสอ และปากกา หรือแม้แต่ไม้ขีด ที่วางให้เลือกหยิบชมได้อย่างอิสระ


สินค้าประเภทเซรามิคชิ้นน้อยใหญ่และเครื่องเงินสไตล์ฝรั่งเศสของศตวรรษที่ 18 เรียงรายภายในร้าน
รวมถึงเครื่องหอมอาทิ เทียน ธูปหอม ก็มีจำหน่ายที่นี่ด้วย

ถัดมาอีกห้องหนึ่งที่เต็มไปด้วยจานชามในหลากหลายรูปทรง ห้องนี้เหมาะสำหรับการมองหาจาน ชาม สำหรับการใช้ภายในบ้าน มีทั้งเป็นจานเรียบขนาดใหญ่สำหรับอาหารจานหลัก หรือเล็กลงมาหน่อยสำหรับใส่เค้ก และอีกหลากหลายทรงตามลักษณะการใช้งาน ซึ่งความแตกต่างของจานจาก Astier de Villatte นี้ จานหรือเครื่องปั้นเซรามิคทุกใบ จะไม่เหมือนกัน เพราะการขึ้นรูปเพื่อการปั้นเป็นการทำแฮนด์เมดทีละใบ ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่เฉพาะเจาะจงโดยเซรามิคทุกใบจะมีการเขียนลงที่ดินปั้นก่อนเผา ว่าทำขึ้นเมื่อไหร่ และใครเป็นผู้ปั้น


การออกแบบและตกแต่งภายในร้าน ให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในครัวที่เต็มไปด้วยเครื่องชามที่สร้างเสน่ห์ให้กับมื้ออาหาร

ภายในร้านของสาขาใหม่ ณ ถนน Rue de Tournon

กระเบื้องปูพื้นและการออกแบบของร้าน ใช้ไม้เป็นส่วนประกอบหลัก สร้างความรู้สึกให้เหมือนเข้ามาในบ้าน รวมถึงพื้นกระเบื้องที่ได้แรงบันดาลใจมาจากลวดลาย Stationary ของสมุด Astier de Villatte ให้ความรู้สึกสลับซับซ้อนไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งเป็นหนึ่งของลายที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์ของแบรนด์นี้

เสน่ห์การปั้นด้วยมือแบบโบราณของศตวรรษที่ 18 ยังคงมีเสน่ห์จนมาถึงปัจจุบัน

Astier de Villatte ได้ใช้วัสดุในการปั้นอย่างดินที่ใช้วิธีของศตวรรษที่ 18 ในการแยกดิน ได้แก่ การหาแหล่งดินร่วนคุณภาพ ผ่านการร่อนเพื่อให้ได้ดินคุณภาพดี เพื่อให้ได้ดินเนื้อที่ละเอียด ผสมน้ำแล้วอยู่ตัวไม่แตกหักง่าย รวมถึงขณะปั้นก็ขึ้นรูปง่าย แห้งไว และเกิดเป็นฟองอากาศน้อยที่สุดขณะเผา จึงทำให้เซรามิคของ Astier de Villatte มีน้ำหนักเบา ซึ่งถือว่าเป็นคุณสมบัติพิเศษ นอกจากนี้มีช่างผู้ชำนาญการในการทำ ด้วยฝีมือที่ประณีต โดยจานหนึ่งใบใช้ระยะเวลาในการทำหรือปั้นขึ้นรูปประมาณ 4-5 ชั่วโมง และอบด้วยอุณหภูมิของไฟที่ร้อนคงที่ เพื่อให้เนื้อดินอยู่ตัวและไม่แตกหัก ซึ่งมีผลต่อการใช้งานที่ทนทาน ซึ่งถือว่าเป็นคุณสมบัติที่ดีของงานเซรามิคขั้นพื้นฐาน


หนึ่งในคอลเลคชั่นขายดีที่ได้ศิลปิน John Derian มาร่วมสร้างสรรค์ภาพวาดลงบนเซรามิค

จะเห็นได้ว่าเสน่ห์ของ Astier de Villatte เป็นมากกว่าเซรามิค
เพราะเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ทรงคุณค่าแบรนด์หนึ่งของโลก

โดยก่อนเข้าเตาอบนั้น จะทำการแกะสลักชื่อผู้ปั้นและเขตที่ทำจานที่ใต้ฐานงานปั้นเซรามิคทุกใบ ว่าทำขึ้นเมื่อไหร่ ที่ไหน และใครเป็นผู้ปั้นชิ้นนี้ (โดยส่วนใหญ่งานปั้นของ Astier de Villatte จะอยู่ที่เขต 13) ทางช่างผู้ชำนาญจะทาด้วยน้ำประสานเคลือบขาว (Milky Glaze) เพื่อให้เกิดเป็นจานสีขาวหลังจากเผาจนได้ที่ และเกิดเป็นความเงาวาว และขับลวดลายของงานปั้นมือให้เด่นขึ้นแต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์ มีความคลาสสิค และเหมาะแก่การสะสมเป็นของทำมือที่ทรงคุณค่า ซึ่งในตลาดของเซรามิคโลกนั้น Astier de Villatte อยู่ในกลุ่มตลาดลักชัวรี่ของจานเซรามิค จานหนึ่งใบแบบเรียบสนนราคาอยู่ที่ 3,500-4,000 บาท และงานที่ออกแบบร่วมกับศิลปินระดับโลก ก็ยิ่งเป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่หายากและราคาก็สูงขึ้นตามอีกเช่นกัน ซึ่งเหตุนี้เอง จึงทำให้ Astier de Villlage ถูกจัดเป็นเครื่องปั้นเซรามิคที่อยู่ในกลุ่ม Investment Luxury Brands ในเวลาถัดมา

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ remodelista.com / artilleriet.se / classiccasualhome.com / rossanaorlandi.com / trottermag.com / astierdevillatte.com

Fashion Lifestyle Travel Uncategorized

Le Siam À Fontainebleau L’Ambassade Du 27 Juin 1861

ความสัมพันธ์ ระหว่างสยาม-ฝรั่งเศสในสมัยรัตนโกสินทร์เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในรัชกาลพระบาท สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ หลังจากที่ห่างเหินไปกว่า ๑๖๐ ปี การเจริญพระราชไมตรีนี้เป็นพระบรมราโชบายสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงเอาพระราชหฤทัยใส่อย่างจริงจัง เพื่อให้ราชอาณาจักรสยามสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีอิสรภาพท่ามกลางแนวคิดใน การแสวงหาและการยึดครองดินแดนต่าง ๆ ในเอเชียอาคเนย์ของประเทศมหาอำนาจตะวันตก

ใน หนังสือเล่มนี้ นอกจากภาพวาดอันงดงามของฌอง-เลออง เฌโรม (Jean-Leon Gerome) ที่ปรากฏเป็นปกหน้าหนังสือแล้ว ยังประกอบด้วยบทความเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจอีกมาก ทั้งบทความที่อธิบายจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างสยาม-ฝรั่งเศสแต่ ครั้งสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บทความเรื่องความสัมพันธ์สยาม-ฝรั่งเศสในสมัยรัตนโกสินทร์ และสิ่งสำคัญคือบัญชีรายการสิ่งของเครื่องมงคลราชบรรณาการพร้อมทั้งภาพถ่าย คณะราชทูตสยามในครั้งนั้นในเชิงมานุษยวิทยาอีกด้วย นับได้ว่าหนังสือ “ราชอาณาจักรสยาม ณ พระราชวังฟงแตนโบลคณะราชทูตสยาม ๒๗ มิถุนายน ค.ศ. ๑๘๖๑” เป็นการระบายหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างสยาม-ฝรั่งเศส ให้มีสีสันงดงามควรค่าแก่การจดจำเป็นอย่างยิ่ง สิ่งของเครื่องมงคลราชบรรณาการทั้งปวงย่อมแสดงให้เห็นว่าสายพระเนตรของพระ บาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงมองการณ์ไกลยิ่งนัก ทรงตระหนักดีว่าวิธีการทางการทูตและมิตรไมตรีอันดีระหว่าง ๒ ประเทศเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาขัดข้องต่างๆ ระหว่างประเทศได้ ทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าบรรพชนในราชินิกุลบุนนาคนั้น ได้รับสนองงานอันเป็นคุณูปการและประโยชน์แก่แผ่นดินมาโดยตลอดอีกด้วย

นับแต่ปี พ.ศ. ๒๓๙๙ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริแต่งคณะราชทูตสยามให้เชิญ พระราชสาส์นและเครื่องมงคลราชบรรณาการไปถวายพระจักรพรรดินโปเลียนที่ ๓ แห่งฝรั่งเศส แต่กว่าที่จะสำเร็จลงได้นั้นก็ต้องรอเวลาเกือบ ๕ ปี จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๐๔ คณะราชทูตสยามเดินทางถึงประเทศฝรั่งเศส ได้เข้าเฝ้าพระจักรพรรดินโปเลียนที่ ๓ แห่งฝรั่งเศสและทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสาส์นพร้อมทั้งเครื่องมงคลราชบรรณาการ ในครั้งนั้นคณะราชทูตประกอบด้วยพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาธิบดี (แพ บุนนาค) จางวางพระคลังสินค้า เป็นราชทูตเจ้าหมื่นไวยวรนาถ (วอน บุนนาค) เป็นอุปทูต และพระณรงค์วิชิต (จอน บุนนาค) เป็นตรีทูต รวมทั้งคณะชาวสยามอีกหลายสิบคนนับเป็นการเจริญพระราชไมตรีที่ยิ่งใหญ่ครั้ง หนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย


หนึ่งในเครื่องมงคลราชบรรณาการชิ้นสำคัญอย่าง พระมหามงกุฎ ที่ปัจจุบันถูกโจรกรรมและหายไปอย่างไร้ร่องรอย

เครื่องมงคลราชบรรณาการที่สยามส่งไปยังประเทศฝรั่งเศสมีความงดงามยิ่งใหญ่และเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมเป็นอย่างยิ่ง พระจักรพรรดินีเออ เฌนีแห่งฝรั่งเศสโปรดฯให้จัดเก็บเครื่องมงคลราชบรรณาการไว้ที่พระราชวัง ฟงแตนโบลซึ่งเป็นที่เสด็จออกรับคณะราชทูตเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๐๔ อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นก็ยังไม่มีผู้ใดได้เห็นสิ่งของเครื่องมงคลราช บรรณาการที่ทางสยามจัดส่งไปอย่างครบถ้วนสมบูรณ์จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ พิพิธภัณฑ์พระราชวังฟงแตนโบล ได้จัดแสดงเครื่องมงคลราชบรรณาการจากสยาม ภาพวาดคณะราชทูตสยามเข้าเฝ้าพระจักรพรรดินโปเลียนที่ ๓ ทั้งยังได้จัดพิมพ์หนังสือคู่มือประกอบนิทรรศการ อันประกอบไปด้วยบทความต่างๆ ที่น่าสนใจและที่สำคัญคือภาพเครื่องมงคลราชบรรณาการอันงดงามประณีตที่คนไทย ไม่เคยเห็นมากว่า ๑๕๐ ปี เช่นพระมหามงกุฎ เครื่องราชูปโภคทองคำต่างๆ พระราชสาส์นทองคำ แผ่นผ้ารูปพระแก้วมรกต ๓ ฤดู และเครื่องมหัคฆภัณฑ์อื่นๆ


พระสิริโฉมงดงาม “พระองค์หญิงสิริวัณณวรี” ฉายพระรูปขึ้นปกนิตยสาร Harper’s Bazaar
ประจำเดือนธันวาคม 2014 ณ พระราชวังฟงแตนโบล


บริเวณด้านหน้าของ Château de Fontainebleau ที่เก็บสมบัติล้ำค่าของโลก
รวมถึงเครื่องมงคลราชบรรณาการจากประเทศไทย


Gallery Francis I หนึ่งในห้องที่ได้รับความนิยมในพระราชวังฟงแตนโบล

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก siam-renaissance.com

Lifestyle Mood Travel

On the hillside of Erciyes Mountain

บนภูเขาที่สูงที่สุด และเราก็เป็นเพียงจุดเล็กๆของโลกใบนี้ คงมีสถานที่อีกมากมายที่รอให้เราค้นหาคำตอบของตัวเองสำหรับการเดินทางว่าความจริงแล้ว เราชอบท่องเที่ยวแบบไหน หรือความต้องการของเรามีความจำกัดถึงแค่ตรงไหน มันคงจะยากถ้าจะบอกว่าทุกที่ดีที่สุดเมื่อไปเยือน ความจริงมันก็ไม่เชิงผิดทีเดียวนัก เพียงแต่เสน่ห์แต่ละสถานที่ที่ไปเยือน มันช่างประทับใจเกินที่จะบอกกล่าว ใครๆต่างนิยมและเลือกการขึ้นบอลลูน สัมผัสความงามของเมืองในหินผา Cappadocia แต่ถ้าลองเปิดใจสักนิดเมืองเล็กๆอีกเมืองอย่าง Kayseri  กลับดึงดูดความสนใจขึ้นมาทันที


ถนนสายหนึ่ง ที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา สองข้างทางเต็มไปด้วยไม้พุ่มขนาดย่อมและดอกหญ้าสีสันสวยงาม

ยอดเขาหิมะขาวโพลนระยะไกลเบื้องหน้า ขณะรถบัสเคลื่อนตัว ณ ถนนสายหนึ่ง ที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา สองข้างทางเต็มไปด้วยไม้พุ่มขนาดย่อมและดอกหญ้าสีสันสวยงาม เพิ่มเสน่ห์ของการค้นพบความสุขของการอยู่กับตัวเองตลอดสองข้างทางอย่างที่ควรจะเป็น ชีวิตของการไม่ต้องรับสายโทรศัพท์สำหรับหนุ่มสาวบ้างานจบลงชั่วขณะ เราใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากเมือง Cappadocia ก็มาถึงเมืองไคเซอร์รี่ Keyseri เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงอย่างมากในฤดูหนาวสำหรับการเล่นสกี และนิยมมาที่เมืองไคเซอร์รี่เพื่อสัมผัสหิมะและความหนาวเย็น ณ ภูเขาเออร์ซิเยส Erciyes Mountain ที่สูงถึง 3,917 เมตร ความตั้งใจแน่วแน่ของการเยือนภูเขาหิมะลูกนี้ อาจจะไม่ใช่การเล่นสกีแต่เป็นการสัมผัสภูเขาลูกงามนามว่า Erciyes


ณ ภูเขาเออร์ซิเยส Erciyes Mountain ที่สูงถึง 3,917 เมตร

รถบัสมุ่งสู่ภูเขา Erciyes เบื้องหน้าค่อยๆไต่ความสูงขึ้นทีละระดับ ความหนาวเย็นและขาวโพลนเข้ามาแทนต้นไม้ใบเขียว สองข้างทางเปลี่ยนเป็นหิมะกระจัดกระจายตามแรงลม และร่องรอยของล้อรถที่ขับผ่านไปมาตลอดเวลา คงถึงแล้วสินะ Erciyes เราใช้เวลาเพียงไม่นานนัก เริ่มปรับตัวเข้าสู่โหมดมนุษย์หิมะ ในขณะที่แสงแดดส่องกระทบพื้นผิวขาวจนเริ่มแสบตา หน้าที่ของแว่นตาจึงเข้ามาทำหน้าที่อย่างพอเหมาะพอเจาะ ในขณะช่วงบ่ายคนต่อแถวขึ้นกระเช้าเพื่อไปยังจุดเล่นสกีและจุดที่สูงที่สุดเริ่มเบาบาง เราใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีเท่านั้น ก็มายืนอยู่บริเวณเซ็นเตอร์ของอาคารเล็กๆสองสามตึกที่ทำหน้าที่ของตนแตกต่างกันออกไป มีทั้งอาคารที่เป็นร้านอาหารขนาดย่อย อาคารเพื่อต่อไปยังจุดที่สูงที่สุดระดับที่ 2 และ 3 รวมถึงอาคารพักสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการรอและชมวิวทิวทัศน์
เบื้องหน้าที่ปราศจากสิ่งมีชีวิต

ในเวลานี้สองเท้าทำหน้าที่ในการไต่ความสูงและเนินราบสีขาวด้วยความมุ่งหวังว่า จะหลบผู้คนสักพักและนั่งมองเสน่ห์ของ Erciyes และวิวของภูเขาลูกเล็กลูกน้อย พลันสายตาก็เหลือบเห็นกลุ่มหินก้อนใหญ่ที่สามารถนั่งชมวิวได้อย่างมั่นคงและไม่ลื่นไหวเป็นแน่ ความรู้สึกว่างเปล่าเข้ามาแทนที่ทันที ความขาวของเบื้องหน้าดูแทบจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ คือความว่างเปล่าของความคิดและความรู้สึก โลกนี้มีสิ่งจรรโลงใจที่แตกต่างกัน บางคนเลือกจะอยู่กับตัวเอง บางคนเลือกที่จะกับเพื่อนพูดคุยแบ่งปันความรู้สึกนึกคิด และอื่นๆ แต่ผมเลือกที่จะอยู่กับตัวเองและสิ่งที่ได้พบในช่วงเวลาสั้นๆให้ได้มากที่สุด คนเราสามารถระบายความเครียดและผ่อนคลายได้ด้วยธรรมชาติ บางคนยอมปล่อยวางทุกสิ่งเมื่อมีโอกาสอำนวยในการอยู่กับธรรมชาติไปทั้งชีวิต แต่คนที่ยังทำงานและมีความฝัน ธรรมชาติเป็นสิ่งเติมเต็มให้ชีวิตในวันข้างหน้าได้ก้าวต่อและเป็นแรงผลักดันวันใหม่ ให้รู้สึกว่าข้างหน้ายังมีอะไรให้เราค้นหาไปเรื่อยๆ และแน่นอน ถ้าโลกนี้ยังไม่ล่มสลาย ธรรมชาติยังคงรอเราให้สัมผัสอยู่ทุกที่บนโลกใบนี้


เสน่ห์ของ Erciyes และวิวของภูเขาลูกเล็กลูกน้อย

Lifestyle Travel

มุมนึงที่ เวนิช ณ Caffe Florian

เมื่อครั้งที่ได้เดินทางท่องโลกช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก็ได้สัมผัสเกาะที่สมญานามว่า “ราชินีแห่งทะเลอาเดรียติก” อย่างเกาะเวนิส อิตาลี ที่ดูจะมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ความสวยงามของเกาะหยุดพูดถึงไปก่อน เพราะมันมีอะไรที่คอกาแฟดูจะปลาบปลื้มมากกว่านั้น นั่นคือตำนานของร้านกาแฟที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดของโลกอย่าง Caffe Florian

ร้านกาแฟที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่าง Caffe Florian มีอายุเกือบจะ 300 ปีแล้ว เปิดบริการครั้งแรกเมื่อธันวาคม 1720 ณ จัตุรัส ซานมาร์โค ประเทศอิตาลี นั่นคือเหตุผลของความเป็นที่สุดแล้ว ทีแรกตั้งใจว่าจะแค่เดินถ่ายรูปเฉยๆ เพราะคนต้องเยอะแน่ๆ แต่ผิดคาด วันธรรมดาๆ สำหรับช่วงเวลา 10.30 เป็นเวลาที่ดีที่สุดของร้านนี้ บรรยากาศของลานกว้างๆ หนุ่มจิตรกรที่กำลังเซ็ทร้านรวงของการวาดภาพเหมือน และร้านค้าขายของที่ระลึก ดูจะเป็นส่วนเติมเต็มให้คาเฟ่แห่งนี้ดูมีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้น


ความคิดและจินตนาการในหัวยังไม่ทันจะเข้าที่ บริกรหนุ่ม ก็เดินมาเพื่อรับออเดอร์ บทสนทนาของความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับกาแฟและขนมจึงเกิดขึ้นและปิดท้ายด้วยการสั่งเมนูแนะนำ

โดยส่วนตัวมีความเชื่อว่า “กาแฟที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นร้านที่ดีที่สุด” แต่ความคิดคงนำมาใช้กับร้านนี้ไม่ได้ เพราะรสชาติและความละเมียด แลดูจะเสริมให้รสชาติของความขมดูจะกลมกล่อมกว่าทุกครา ร้านนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความลงตัวของรสชาติกาแฟเท่านั้น แต่ตำนานในเชิงศิลปะก็ดูจะน่าสนใจไม่น้อย ในแต่ละห้องมีการตกแต่งที่ต่างกัน อาทิ Chinese Room ที่จะดูจะได้รับความสนใจจากชาวเอเชียและสวยมาก หรือ East Room ก็ดูจะเป็นที่ถูกใจของหนุ่มสาวชาวอิตาเลียนที่ชอบหาความเป็นส่วนตัว แต่นั้นไม่ได้ทำให้ห้องที่ได้รับความนิยมมากสุดอย่าง the Hall of Famous Men ด้อยค่าน้อยลงเลย กลับเป็นห้องที่ถูกถ่ายและแชร์ออนไลน์มากที่สุดอีกด้วย


ความสุขของการเดินทางมันคือ การเป็นคนช่างสังเกต มันสร้างความพิเศษให้กับการเดินทางที่ทำให้หนึ่งวันที่ผ่านมา มีเรื่องบอกต่อและจดจำเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพียงสถานที่ ที่ใดที่นึงบนโลก แต่มันรวมถึงผู้คน นิสัย และบรรยากาศ ที่เล่ายังไง ก็คงไม่เหมือน “เราไปสัมผัสมาจริงๆ” และหนึ่งในนั้นคือ Caffe Florian