Browsing Tag

paris

Candle Dessert Fashion Food History Library Lifestyle News Royal Story Travel Trend

Parisian Storefronts To Reveal The Story Of Paris


เมื่อช่างภาพหนุ่มชาวเยอรมันอย่าง Sebastian Erras ที่หลงใหลในงานออกแบบ สถาปัตยกรรม และถ่ายภาพ ได้สร้างผลงานด้านการถ่ายภาพหน้าร้านของกรุงปารีส ที่เต็มไปด้วยประวัติ ความน่าสนใจของการตกแต่ง รวมถึงเสน่ห์ในแบบปารีเซียง ที่น้อยคนนักจะปฏิเสธความมีเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่นี้ เรารวบรวม 15 ร้านที่มีความโดดเด่นจากหลายๆร้านที่เขาได้ถ่ายไว้ มีร้านอะไรบ้าง มาลองดูกัน


Alain Maître Barbier

ร้านตัดผมที่เสมือนพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมกลางปารีส ที่เต็มไปด้วยสิ่งของที่เกี่ยวกับบาร์เบอร์อาทิ ที่โกนหนวดจากทั่วโลก ที่ตัว Alain เอง สะสมมาแล้วกว่า 20 ปี โดยช่างของที่นี่มีความละเอียดด้านการตัดผมที่สั่งสมประสบการณ์มากกว่า 50 ปี ที่สำคัญความเก่าแก่ของร้านนี้เป็นเสมือนที่รวบรวมคนสำคัญจากหลากหลายอาชีพของฝรั่งเศสอีกด้วย


Les Céramiques du Marais

สาว Dorothée Hoffmann กับร้านเซรามิคที่เธอก่อตั้งในปี 2011 ถึงแม้ร้านจะดูก่อตั้งในระยะเวลาเพียงไม่นาน แต่ชื่อเสียงของเธอกลับได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ซึ่งงานปั้นรูปสัตว์ต่างๆ เป็นงานระดับมาสเตอร์พีซที่ขายดีเป็นอันดับต้นๆของทางร้านเลยล่ะ

Debauve et Gallais

ร้านช็อคโกแลตชื่อดังของปารีสโดย Bernard Poussin และ Diane Junique ที่สานต่อตำนานความอร่อยของช็อคโกแลตที่เกิดขึ้นในปี 1800 ณ ถนน Saint Germainโดยช็อคโกแลตของที่นี่ มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร หนึ่งในร้านคือช็อคโกแลตทรัฟเฟิลที่ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ว้าว”

Christian Vabret

ร้านขนมหวานชื่อดังสุดหรู ที่วันธรรมดาคราครั่งไปดูคนรักขนมหวานที่ทยอยกันมาที่ร้านนี้ Julien Houssais หนึ่งในผู้ดูแลร้าน เล่าว่า “เรามีความเชื่อว่าของหวานเป็นสิ่งสำคัญของชีวิตคน เฉกเช่นเดียวกับความรักที่มักต้องหามาเติมเต็มชีวิตอยู่เสมอ”

Cine Images

ชวนคุณย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 19 แกลเลอรี่แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นทุกอย่างที่เกี่ยวกับโรงภาพยนตร์ ที่ตัวเจ้าของร้านเองเริ่มสะสมมาตั้งแต่ปี 1976 ซึ่งถือว่าเป็นแกลเลอรี่ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป และเหล่าสาวกคนรักแผ่นฟิล์มเทใจให้กับร้านนี้มาอย่างยาวนานถึงปัจจุบัน


Cire Trudon

Julien Pruvost  กรรมการของ Cire Trudon  กล่าวว่าเราคือตำนานความหอมของเทียนที่ไล่มาตั้งแต่พระนางมารี อ็องตัวเนทยังทรงพระเยาว์ และเป็นหนึ่งในเทียนที่ทรงโปรดปรานของราชวงศ์ยุโรป ไล่มายังคนดังและคนที่หลงใหลจากทั่วโลก ซึ่งต่างทึ่งในความหอมของเทียนที่มีส่วนผสมของธรรมชาติ และยากจะหาที่ใดเหมือน

Clair de Rêve

ร้านเก่าแก่และเป็นเสมือนที่อยู่อาศัยของเหล่าตุ๊กตากระดาษและของเล่นนานาชนิด ที่ Clair de Rêve เต็มไปด้วยของเล่นที่ทำจากกระดาษเทคนิคเปเปอร์มาเช่ และของเล่นอีกจำนวนมาก รวมถึงกล่องดนตรีที่มีให้เลือกละลานตา คนปารีสต่างรู้จักดี ว่าที่นี่คือ “โลกแห่งของเล่นของกรุงปารีส”

Patisserie Boulangerie Boris

Patisserie เก่าแก่เกือบศตวรรษแห่งนี้ตกแต่งด้วยภาพวาดของ Moulin de la Galette ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของย่าน Montmartre ชื่อดังของปารีส ที่อยู่ในรายชื่อของอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส เจ้าของอย่าง Boris Lumé ที่ดูแลช่วงต่อมาจากหลายๆรุ่น และทำให้ขนมอย่าง Choux Petits เป็นซิกเนเจอร์ของที่ร้านไปโดยปริยายตั้งแต่เขาเข้ามาดูแลกิจการในปี 2013

Librairie des archives

เมื่อ Stefan Perrier ได้พื้นที่แห่งหนึ่งเพื่อเปิดเป็นร้านหนังสือของเขาในปี 2002 ก็ได้รู้ว่าที่แห่งนี้เคยเป็นโรงงานผลิตหมวกที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1920 ร่องรอยของความเก่าแก่ สร้างสรรค์ให้ที่แห่งนี้เป็นมากกว่าร้านหนังสือธรรมดา เขาจึงมีตัดสินใจที่จะเก็บมันไว้และนั่นทำให้เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ที่ไม่ควรพลาดหากเดินทางมาปารีส ซึ่งนอกจากคุณจะได้พบกับหนังสือเกี่ยวกับศิลปะการออกแบบแฟชั่นและเครื่องประดับมากมายแล้ว คุณยังได้มาสัมผัสบรรยากาศของโรงงานทำหมวกที่เก่าแก่ของปารีสอีกด้วย


La Cave de La Bonne Franquette

ตำนานและภาพวาดเหล่าศิลปินของ Van Gogh , Renoir หรือ  Monet ทำให้ที่นี่มีความน่าสนใจตั้งแต่เริ่มก่อตั้งร้านในปี 1971 ร้านอาหารแห่งนี้เต็มไปด้วยภาพวาดและเรื่องราวของเหล่าศิลปินชื่อดังก้องโลก ไม่เพียงแต่รสชาติอาหารของฝรั่งเศสจะทำให้คุณสุนทรีย์แล้ว แต่มนต์ขลังของที่นี่เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขของคุณเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว


La Pharmacie

แม้ว่าสไตล์ของร้านจะเหมือนร้านขายยาโดยเภสัชกร แต่ทางกลับกันร้าน La Pharmacie เป็นร้านอาหารที่ดำเนินกิจการโดยเชฟ Christophe Duparay ที่ให้บริการอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม รายล้อมไปด้วยเซรามิคเก่าสวยงามในร้านที่บอกได้คำเดียวว่า เก๋ไม่ต้องตามใคร

Norbert Bottier

ร้านเล็กๆที่เต็มไปด้วยรองเท้าหนังสุภาพบุรุษทำมือแบบคู่ต่อคู่ นำเสนอรองเท้าหลากหลายแบบจนทำให้เป็นที่ได้รับความนิยมของร้านขายรองเท้าหนังชื่อดังของกรุงปารีส หนังของที่นี่เป็นหนังคุณภาพดีจากแหล่งผลิตอย่างอิตาลีและฝรั่งเศส และการทำด้วยเทคนิคดั่งเดิม ที่ทำให้รองเท้าหนึ่งคู่ของที่นี่ เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของงานแฮนด์คราฟชั้นดี

Paris Jazz Corner

ร้านของคนรักแจ๊สแห่งเมืองปารีส ที่คราครั่งไปด้วยแผ่นเสียง ซีดี และอื่นๆอีกมากมาย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งชุมชนของคนรักเสียงเพลง หนังสือและใบปลิวเก่าที่ประกอบไปด้วยรูปภาพของศิลปินจากทั่วโลก แผ่นเสียงหรือใบปลิวเก่าของที่นี่ดูจะหาง่าย จนคุณไม่จำเป็นต้องนั่งรอบิดในเว็บอีเบย์อีกต่อไป

Julien Aurouze and Co

ร้านขายยากำจัดสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้านที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1872 และบริหารโดยทายาทรุ่นที่ 4 ที่ซิกเนเจอร์ของร้านคือดิสเพลย์ ราวแขวนหนูสตัฟห้อยระโยงระยาง ที่เป็นแรงบันดาลใจของการ์ตูนวอลล์ดิสนีย์ชื่อดังเรื่อง Ratatouille ที่ทำให้ร้านนี้ถูกกล่าวขวัญและหวังว่าจะได้มาสัมผัสร้านนี้ด้วยตนเอง คุณจะพบกับสารและยากำจัดหนูและสัตว์รบกวนภายในบ้าน ที่มีวิธีการทำและบรรจุภัณฑ์ดีไซน์เก่าและคลาสสิก ที่ทำให้ความน่าสนใจของที่นี่ มีมากกว่าตึกทาสีเขียว

 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก theguardian.com /

History Lifestyle News Story Travel Trend

The Beauty of Imperfection Astier de Villatte Paris

ณ ถนน Rue Saint Honoré ใจกลางกรุงปารีส ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารเก่าสมัยโบราณ สร้างเสน่ห์ของปารีเซียงที่ยากหาที่ใดเหมือน ตึกเล็กๆที่ถัดจากห้างเก่าแก่ของโลกอย่าง Printemps สักประมาณ 2 ล็อคถนน ถ้าไม่สังเกตดีๆ แทบจะไม่รู้เลยว่าได้มาถึงร้านเซรามิคที่มีวิธีการทำที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกแล้ว


Astier de Villatte สาขาแรก บนถนน Rue Saint Honoré ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ลูฟร์

Aetier de Villatte อาจไม่ใช่ร้านที่ทั่วโลกต่างรู้จัก แต่คนฝรั่งเศสเองต่างยกย่องให้เป็นหนึ่งในศาสตร์ของงานปั้นระดับมาสเตอร์พีซของโลกจากเทคนิคการทำของศตวรรษที่ 18 ถึงแม้ตัวแบรนด์เองจะก่อตั้งเพียงไม่นาน (1996) แต่กลายเป็นหนึ่งในเสน่ห์การสร้างสรรค์ของปารีส ซึ่งใช้วิธีการทำและปั้นด้วยมือแบบเทคนิคโบราณ ที่ยากจะหาที่ใดเหมือน เราเดินเข้าไปในร้านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของน้ำหอมหนึ่งในโปรดักส์ของ Astier de Villatte รอบๆตัว รายล้อมไปด้วยเครื่องปั้นดินเผา รูปทรงฟรีฟอร์ม ทั้งแจกัน ที่วางเทียน ถาด หรือแก้วน้ำ ล้วนอยู่ในพื้นฐานของรูปทรงของแบบแต่ละชนิดที่ Astier de Villatte รังสรรค์ขึ้น เรียงสลับตามกำแพงได้อย่างมีเสน่ห์ ด้านล่างถูกวางและกระจัดกระจายไปด้วย เทียนหอม ของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดีไซน์ที่แตกต่างกันอย่างเซรามิคที่ตั้งธูปหอม ฝาครอบเทียน Stationary ทั้งสมุด ดินสอ และปากกา หรือแม้แต่ไม้ขีด ที่วางให้เลือกหยิบชมได้อย่างอิสระ


สินค้าประเภทเซรามิคชิ้นน้อยใหญ่และเครื่องเงินสไตล์ฝรั่งเศสของศตวรรษที่ 18 เรียงรายภายในร้าน
รวมถึงเครื่องหอมอาทิ เทียน ธูปหอม ก็มีจำหน่ายที่นี่ด้วย

ถัดมาอีกห้องหนึ่งที่เต็มไปด้วยจานชามในหลากหลายรูปทรง ห้องนี้เหมาะสำหรับการมองหาจาน ชาม สำหรับการใช้ภายในบ้าน มีทั้งเป็นจานเรียบขนาดใหญ่สำหรับอาหารจานหลัก หรือเล็กลงมาหน่อยสำหรับใส่เค้ก และอีกหลากหลายทรงตามลักษณะการใช้งาน ซึ่งความแตกต่างของจานจาก Astier de Villatte นี้ จานหรือเครื่องปั้นเซรามิคทุกใบ จะไม่เหมือนกัน เพราะการขึ้นรูปเพื่อการปั้นเป็นการทำแฮนด์เมดทีละใบ ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่เฉพาะเจาะจงโดยเซรามิคทุกใบจะมีการเขียนลงที่ดินปั้นก่อนเผา ว่าทำขึ้นเมื่อไหร่ และใครเป็นผู้ปั้น


การออกแบบและตกแต่งภายในร้าน ให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในครัวที่เต็มไปด้วยเครื่องชามที่สร้างเสน่ห์ให้กับมื้ออาหาร

ภายในร้านของสาขาใหม่ ณ ถนน Rue de Tournon

กระเบื้องปูพื้นและการออกแบบของร้าน ใช้ไม้เป็นส่วนประกอบหลัก สร้างความรู้สึกให้เหมือนเข้ามาในบ้าน รวมถึงพื้นกระเบื้องที่ได้แรงบันดาลใจมาจากลวดลาย Stationary ของสมุด Astier de Villatte ให้ความรู้สึกสลับซับซ้อนไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งเป็นหนึ่งของลายที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์ของแบรนด์นี้

เสน่ห์การปั้นด้วยมือแบบโบราณของศตวรรษที่ 18 ยังคงมีเสน่ห์จนมาถึงปัจจุบัน

Astier de Villatte ได้ใช้วัสดุในการปั้นอย่างดินที่ใช้วิธีของศตวรรษที่ 18 ในการแยกดิน ได้แก่ การหาแหล่งดินร่วนคุณภาพ ผ่านการร่อนเพื่อให้ได้ดินคุณภาพดี เพื่อให้ได้ดินเนื้อที่ละเอียด ผสมน้ำแล้วอยู่ตัวไม่แตกหักง่าย รวมถึงขณะปั้นก็ขึ้นรูปง่าย แห้งไว และเกิดเป็นฟองอากาศน้อยที่สุดขณะเผา จึงทำให้เซรามิคของ Astier de Villatte มีน้ำหนักเบา ซึ่งถือว่าเป็นคุณสมบัติพิเศษ นอกจากนี้มีช่างผู้ชำนาญการในการทำ ด้วยฝีมือที่ประณีต โดยจานหนึ่งใบใช้ระยะเวลาในการทำหรือปั้นขึ้นรูปประมาณ 4-5 ชั่วโมง และอบด้วยอุณหภูมิของไฟที่ร้อนคงที่ เพื่อให้เนื้อดินอยู่ตัวและไม่แตกหัก ซึ่งมีผลต่อการใช้งานที่ทนทาน ซึ่งถือว่าเป็นคุณสมบัติที่ดีของงานเซรามิคขั้นพื้นฐาน


หนึ่งในคอลเลคชั่นขายดีที่ได้ศิลปิน John Derian มาร่วมสร้างสรรค์ภาพวาดลงบนเซรามิค

จะเห็นได้ว่าเสน่ห์ของ Astier de Villatte เป็นมากกว่าเซรามิค
เพราะเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ทรงคุณค่าแบรนด์หนึ่งของโลก

โดยก่อนเข้าเตาอบนั้น จะทำการแกะสลักชื่อผู้ปั้นและเขตที่ทำจานที่ใต้ฐานงานปั้นเซรามิคทุกใบ ว่าทำขึ้นเมื่อไหร่ ที่ไหน และใครเป็นผู้ปั้นชิ้นนี้ (โดยส่วนใหญ่งานปั้นของ Astier de Villatte จะอยู่ที่เขต 13) ทางช่างผู้ชำนาญจะทาด้วยน้ำประสานเคลือบขาว (Milky Glaze) เพื่อให้เกิดเป็นจานสีขาวหลังจากเผาจนได้ที่ และเกิดเป็นความเงาวาว และขับลวดลายของงานปั้นมือให้เด่นขึ้นแต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์ มีความคลาสสิค และเหมาะแก่การสะสมเป็นของทำมือที่ทรงคุณค่า ซึ่งในตลาดของเซรามิคโลกนั้น Astier de Villatte อยู่ในกลุ่มตลาดลักชัวรี่ของจานเซรามิค จานหนึ่งใบแบบเรียบสนนราคาอยู่ที่ 3,500-4,000 บาท และงานที่ออกแบบร่วมกับศิลปินระดับโลก ก็ยิ่งเป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่หายากและราคาก็สูงขึ้นตามอีกเช่นกัน ซึ่งเหตุนี้เอง จึงทำให้ Astier de Villlage ถูกจัดเป็นเครื่องปั้นเซรามิคที่อยู่ในกลุ่ม Investment Luxury Brands ในเวลาถัดมา


ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ remodelista.com / artilleriet.se / classiccasualhome.com / rossanaorlandi.com / trottermag.com / astierdevillatte.com

Candle History Lifestyle News Royal

Officine Universelle Buly 1803

ล่วงเลยมาถึง 2 ศตวรรษของประวัติศาสตร์ความหอมของโลก สำหรับ “Buly” ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1803 ณ ถนน Rue Saint-Honoré ในใจกลางกรุงปารีส ที่รายล้อมไปด้วยคูหาของตึกและอาคารเก่าที่ยังคงเก็บรักษาไว้มาจนถึงปัจจุบัน ภายในร้านเต็มไปด้วยภาพวาดของบุคคลที่เป็นตำนานและสร้างชื่อให้กับแบรนด์ของแต่ละยุค ความหอมของมวลไม้แห้งที่อยู่ในโหลเก่ายังคงอบอวลให้รู้สึกว่า “ได้มาถึงบูลี่แล้ว”


บริเวณหน้าร้าน ณ ถนน Rue Saint-Honoré ใจกลางกรุงปารีส

ความสวยงามของการตกแต่งภายในร้าน ยังคงดำรงไว้ซึ่งความคลาสสิคของร้านเก่าในแบบบูลี่ของศตวรรษที่ 19 ลิ้นชักไม้ หรือขอบบัวตกแต่งตามมุมยังเป็นของที่ออกแบบตั้งแต่เริ่มและยังใช้ได้ดีจนถึงปัจจุบัน พื้นกระเบื้องสีฟ้าถูกวาดเป็นม่านสีแดงจากการเพ้นต์มือลงบนกระเบื้องซึ่งยังคงอยู่ในสภาพดี รวมถึงรายล้อมไปด้วยโหลแก้วที่บรรจุของต่างๆจนทำให้ความสวยงามและความคลาสสิคเกิดขึ้นได้โดยแทบไม่ต้องทำอะไร พนักงานของบูลี่ให้ความสำคัญและรู้ศาสตร์ของบูลี่อย่างถ่องแท้ สามารถบอกเรื่องราวและเล่าโปรดักส์แต่ละชนิดของบูลี่ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนว่า อาคารเก่าๆหลังนี้ สร้างมาไว้เพื่อต้อนรับเขาโดยเฉพาะ


ภายในร้านเต็มไปด้วยภาพวาดของบุคคลที่เป็นตำนานและสร้างชื่อให้กับแบรนด์ของแต่ละยุค

โปรดักส์ของบูลี่ส่วนใหญ่ที่ได้รับความนิยม อย่างเช่น น้ำหอมที่มาในขวดรูปทรงสุดโบราณและคลาสสิคที่ยังคงเป็นกลิ่นแบบดั่งเดิมของ ฌอน วินเซ็นต์ บูลี่ (Jean-Vincent Bully) ผู้ก่อตั้งและสร้างชื่อเสียงไปทั่วยุโรปใน 200 กว่าปีที่แล้ว โชว์ตระหง่านอยู่บนแท่นหินอ่อนรอทุกคนมาสัมผัสกลิ่นหอมสุดคลาสสิคอย่างกลิ่น Eau Triple ที่ถือว่าเป็นกลิ่นซิกเนเจอร์ได้รับความนิยมไม่เคยเปลี่ยนของบูลี่ สร้างชื่อเสียงให้กับเขาและจัดว่าเป็นหนึ่งของผู้คิดศาสตร์การดูแลผิวและความหอมของฝรั่งเศสในยุคนั้น ถึงขนาด Honoré de Balzac นักเขียนนิยายและนักเขียนบทละครชาวฝรั่งเศสชื่อดังได้แรงบันดาลใจ จนมาสร้างเป็นนวนิยายขายดีในปี 1837 เรื่อง “César Birotteau” ที่พูดถึงอัศวินผู้รังสรรค์น้ำหอมของปารีส


กระเบื้องสีฟ้าและขาวถูกวาดเป็นม่านสีแดงและคำว่า Buly ด้วยการเพ้นต์มือลงบนกระเบื้องซึ่งยังคงอยู่ในสภาพดีเกือบทุกชิ้น

หนึ่งในเอกลักษณ์ที่หาผู้ใดเหมือนของบูลี่ นั่นคือ บรรจุภัณฑ์ที่ใส่ครีมหลากชนิด น้ำหอม หรือแม้แต่เทียนหอม ก็มีดีไซน์ที่แตกต่างกันแต่ก็ออกแบบและคงไว้ซึ่งความคลาสสิคของเสน่ห์ในแบบเครื่องประทินผิวของศตวรรษที่ 19 ลวดลายของบรรจุภัณฑ์ต่างๆได้รับการพัฒนา ปรับปรุงให้สวยงามและเข้าใจง่ายขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบัน Antoinette Poisson ผู้เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์กระดาษและวาดลวดลายด้วยเทคนิคโบราณของปารีส นอกจากนี้ยังเพิ่มโปรดักส์ใหม่อาทิเช่น สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ครีมบำรุงผิว ครีมทามือ ครีมโกนหนวด หรือแม้แต่ หวี ก็มีจำหน่ายที่นี่อีกด้วย นอกจากนี้ในส่วนของน้ำหอมกลิ่นต่างๆของบูลี่ จะมีพนักงานผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและแนะนำกลิ่นทีดีที่สุดให้กับลูกค้า และจะเขียนในกระดาษติดขวดแก้วหรือบรรจุภัณฑ์ด้วย Calligraphy ทุกชิ้นเพื่อความพิเศษสุดสำหรับผู้ที่ได้ครอบครอง


ความคลาสสิคของร้านเก่าในแบบบูลี่ของศตวรรษที่ 19 ลิ้นชักไม้ หรือขอบบัวตกแต่งตามมุม
ยังเป็นของที่ออกแบบตั้งแต่เริ่มและยังใช้ได้ดีจนถึงปัจจุบัน


โปรดักส์ที่ได้รับความนิยมอย่าง ครีมต่างๆ ของ Buly 1803 บรรจุภัณฑ์ยังคงเป็นเสน่ห์แบบเครื่องประทินผิว
ของศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะหาแบรนด์ใดเหมือน


น้ำหอมที่มาในขวดสุดโบราณและคลาสสิคที่ยังคงเป็นกลิ่นแบบดั่งเดิมของ
ฌอน วินเซ็นต์ บูลี่ (Jean-Vincent Bully) ผู้ก่อตั้ง


พนักงานที่ร้านจะเขียนในกระดาษติดขวดแก้วหรือบรรจุภัณฑ์ด้วย Calligraphy ทุกชิ้นให้สำหรับลูกค้า
ว่ากลิ่นอะไร เพื่อใคร และซื้อเมื่อไหร่ เพื่อความพิเศษสุดสำหรับผู้ที่ได้ครอบครอง

“ปารีสเป็นสถานที่ ที่คนจะพบความรักได้ทุกที่ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร หรือขนมชื่อดัง
แต่คุณจะรู้สึกพลาดและผิดหวังถ้าหากไม่ได้มาที่ Buly 1803 ที่จะเติมเต็มความงาม
และเสน่ห์ของความเป็นปารีเซียงที่หาไม่ได้อีกแล้วบนโลกใบนี้”
– นิตยสาร Allure และ Cosmopolitan –

ปัจจุบัน Buly 1803 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ไม่ควรพลาดหากมีโอกาสมาเยือนปารีส เสน่ห์และความงามแบบยุโรปสร้างตำนานและศาสตร์การดูแลผิวและความหอมให้กับโลก และ Buly 1803 เป็นหนึ่งในศาสตร์ของความงามเหล่านั้น เรายังสร้างสรรค์และแต่งเติมสิ่งใหม่ๆ ที่ยังคงรักษาไว้ในยุคของศตวรรตที่ 19 ซึ่งไม่ใช่เหตุผลหลักสำหรับเจตนารมณ์และจิตวิญญาณของ ฌอน วินเซ็นต์ แต่เพื่อรำลึกถึงศาสตร์ความงามของโลก ว่ามีจุดเริ่มต้นจากที่ใด และถนน Rue Saint-Honoré จะยังคงต้อนรับทุกคนจากทั่วทุกมุมโลกให้ได้มาสัมผัสเสน่ห์ในแบบปารีเซียง ณ Buly 1803 ในสักครั้งหนึ่ง

คุณสามารถสัมผัสเสน่ห์ความหอมและดินแดนของบูลี่ได้ที่ Buly 1803, 6, rue Bonaparte, 75006 Paris.
www.buly1803.com +33 1 43 54 25 62

ขอบคุณข้อมูลจาก buly1803.com และ agentofstyle.com